เที่ยวเวนิส-2 การเดินทางเที่ยวเวนิส-2 การเดินทาง
100100

เที่ยวเวนิส-2 การเดินทาง

ไปเมื่อไหร่?

ไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมษายน-มิถุนายน  ดีที่สุดเพราะอากาศอบอุ่นและคนไม่พลุกพล่าน
มกราคม-กุมภาพันธ์  จะหนาวแต่ฟ้าใสแจ๋ว และ เทศกาลคาร์นิวาเล(เทศกาลหน้ากาก) เริ่มตั้งแต่ 5  กุมภาพันธ์
  • เดือนที่น่าท่องเที่ยวสำหรับคนไทยคือช่วงพฤษภาคมถึงสิงหาคม เพราะอากาศไม่เย็นนัก
————————————————————————————————————————————-

ปยังไง?

ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ – เวนิช
สำหรับคนไทยนิยมเที่ยวเมืองอื่น ๆ ก่อนแล้วค่อยไปเที่ยวเวนิชชต่อ  ส่วนใหญ่เที่ยวมิลานก่อนแล้วค่อยไปเวนิช ทั้งนี้มีหลายสายการบินที่เที่ยวบินสู่มิลาน เช่น สายการบินเอทิฮัด, การบินไทย , แอร์พรานซ์ , เคแอลเอ็ม
————————————————————————————————————————————-
เวนีซจึงเป็นเมืองแห่งเดียวในโลกที่ตั้งอยู่บนน้ำ ไม่มีรถราวิ่งบนถนน จะมีก็แต่
เรือโดยสารวอปอเร็ตโต (Vaporetto) หรือเรือเมล์วิ่งแทนรถโดยสารประจำทาง มีบริการเรือข้าฟาก รวมทั้งเรือกอนโดลา ( Gongola ) ไว้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อนั่งชมทิวทัศน์ลัดเลาะไปตามคลองสายต่าง ๆ
การเดินทางไปเวนิซ
รถไฟ
-          จากมิลาน  นั่งรถไฟขบวน Erostar City (ESI)  จากสถานี Milano  Centrale ถึงสถานี Venezia  Santa Lucia  ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 35 นาที  มีรถออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง หรือเดินทางจากเวโรนา ใช้เวลาเดินทางราว  1 ชั่วโมง 10 นาที
-           ค่าโดยสาร        ชั้น 1 : 42.5 ยูโร
-                                   ชั้น 2 : 30.5 ยูโร
-          จากฟลอเรนซ์  นั่งรถไฟขบวน  (ESI) – Frecciargento จากสถานี Firenze S.M.N. ถึงสถานี Venezia  Santa  Lucia ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง  มีรถออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง
-          ค่าโดยสาร        ชั้น 1 : 59 ยูโร
-                                   ชั้น 2 : 42 ยูโร
-
นอกจากนี้ยังมีขบวน Intercity หรือ ขบวนท้องถิ่นให้เลือกใช้บริการด้วย ซึ่งจะใช้เวลาเดนทางเพิ่มอีกเล็กน้อย  แต่ค่าโดยสารถูกกว่ามาก และผู้ถือตั๋ว Rail Pass ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการสำรองตั๋วอันแสนแพงด้วย
หากเดินทางจากเมืองอื่น  หรือประเทศอื่น ตรวจสอบขบวนรถและค่าโดยสารได้จาก http://www.trenitalia.com/tcom-en  หรือ www.rail.ch
เครื่องบิน
เครื่องบินภายในประเทศและเที่ยวบินนานาชาติจะไปลงที่ สนามบินมาร์โค โปโล ซึ่งตั่งอยู่ห่างไปทางเหนือจากตัวเมืองราว 8 กิโลเมตร ริมทะเลบนแผ่นดินใหญ่ในเขตเตสเซรา
จากสนามบินมีเรือเฟอรรี Aliaguna วิ่งตัดทะเลสาบมาส่งถึงท่าเรือใจกลางเมืองค่าโดยสาร 10 ยูโร ใช้เวลาเดินทางราว 45 นาที หรือจะนั่งเรือเมล์ไปลงยัง  ปิอัซซ่าเลโรซ่า (Piazzale  Rome) ใกล้กับสถานี รถไฟซานตาลูเซียก็ได้ ใช้เวลาเดินทางราว 30 นาที จากตรงนี้สามารถโดยสารเรือเมล์ไปยังจุดหมายอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก เพราะเป็นต้นทางของเรือเมล์หลายสาย อีกทั้งมีที่พักให้เลือกอยู่มากพอสมควร
————————————————————————————————————————————–

การเดินทางในเวนิส?

1.เรือเมล์ หรือ วาปอเร็ตโต  (Venezia  Mestre) บริหารงานโดย ACTV water-transport เป็นพาหนะขนส่งมวลชนหลักของเวนีชมีมากมายหลายสาย แต่มีสายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวก็มีไม่กี่สาย คือ
สาย  1 : จากท่าเรือ Piazzale Roma ผ่านหน้าสถานีรถไฟ Ferrovia ล่องไปตามคลองกานาเลกรันเด ซึ่งเป็นคลองสายหลัก โดยจอดทุกป้ายทั้งฝั่งซ้ายและขวาของคลอง หากไม่รีบร้อนก็ให้นั่งสายนี้ชมทิวทัศน์อาคารบ้านเรือนอันสวยงามแปลกตาไปเรื่อย ๆ ไปจนถึงท่า San Marco หรือ จะนั่งเลยไปต่อถึงเกาะลิโดก็ยังได้
สาย  2 : วิ่งในเส้นทางเดียวกับสาย  1 แต่ไม่จอดทุกป้าย จึงทำให้การเดินทางเร็วขึ้น
ทั้งสาย 1และ สาย 2 จะมีท่าของตนเองต่างหากแยกจากกัน ชื่อท่าเดียวกันแต่ตั้งแยกกันอยู่ห่างกันเล็กน้อย
ค่าโดยสารเรือเมล์ มีให้เลือกใช้เลอกหลายแบบดังนี้
-          ตั๋วเที่ยวเดียว ราคา 6.5 ยูโร ใช้ได้ 60 นาที
-          ตั๋ว 12 ชั่วโมง  16 ยูโร
-          ตั๋ว 24 ชั่วโมง  18 ยูโร
-          ตั๋ว 36 ชั่วโมง  23 ยูโร
-          ตั๋ว 2 วัน  28  ยูโร
-          ตั๋ว 3 วัน  33  ยูโร
-          ตั๋ว 7 วัน  50  ยูโร
เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เดินทางพร้อมผู้ใหญ่ ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสาร
ก่อนลงเรือหรือการเริ่มต้นใช้บัตรจะต้องทำการ validate ตรวจสอบ ตั๋วให้รีบร้อยก่อนเช่นกับการขึ้นรถ แต่ตั๋วโดยสารต้องติดตัวไว้ให้พร้อมสำหรับการขอตรวจสอบตลอดเวลา หากไม่มีแสดงก็อาจโดนปรับได้เหมือนกัน ตั๋วโดยสารทุกแบบสามารถใช้โดยสารเรือเมล์ได้ทุกสายอย่างไม่จำกัดภายในเวลาที่กำหนด และกรณีที่มีกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่อาจได้จ่ายค่าโดยสารเพิ่ม
แท็กซี่น้ำ (Water  Taxi)เป็นเรือขนาดเล็กนั่งได้ราว 4 คน ค่าโดยสารค่อนข้างแพง เหมาระสำหรับผู้ต้องการความสะดวกรวดเร็ว
เรือกอนโดล่า  (Gondola)
เป็นพาหนะที่ใช้สัญจรไปมาในเวนิสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เมื่อก่อนมีหลากหลายสี  เมื่อเมื่อปี ค.ศ 1562 สภาเมืองเวนิสจึงมีมติให้เรือกอนโดล่าทั้งหมดทาสีดำเพื่อยุติปัญหาการทาสีตกแต่งเรือเพื่ออวดความร่ำรวยกัน และเพื่อให้มีแกสักษณ์เดียวกันซึ่งเหมาะกับสภาพเมืองเวนิส
ในอดีตมีเรือกอนโดล่าอยู่ถึง 10,000 ลำ แต่ปัจจุบันมีอยู่ราว ๆ 500 ลำ ตัวเรือสร้างจากไม้ที่แตกต่างกันถึง 8 ชนิด ตัวเรือยาว 11 เมตร กว้าง 1.42 เมตร น้ำหนักเฉลี่ยมากกว่า 350 กิโลกรัม ราคาของเรือนั่นราคาประมาณลำละ 25,000 ยูโร แม้ภายนอกจะบังคับให้ทาสีทำทุกลำแต่ภายในนั้นได้รับการตกแต่งตามแต่ใจของเจ้าของเรือแต่ละลำว่าจะให้ออกมาวิจิตรตระการตาขนาดไหน
เรือการเชียงสีดำมันขลับ ตกแต่งที่นั่งอย่างดีจนดูหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับแตกต่างกันไปในแต่ละลำ ทำหน้าที่พานักท่องเที่ยวล่องไปตามลำคลองแยกย่อยชมบรรยากาศเมืองเวนิชที่สวยแปลกตา  เรือแต่ละลำนั่งได้ไม่เกิน 6 คน ค่าบริการ 50 นาทีตกอยู่ราว ๆ 80 ยูโร ถ้าต้องการให้ร้องเพลงขับกล่อมก็ต้องจ่ายเพิ่ม มีท่าลงเรืออยู่ทั่วตลอดริมคลองใหญ่  อย่าลืมตกลงหรือต่อรองราคาให้เรียบร้อยก่อนใช้บริการ
                เรือกอนโดล่าข้ามฝาก (Gondola Traghetto) ลักษณะเหมือนเรือกอนโดล่าแต่การตกแต่งน้อยกว่า ใช้สำหรับข้ามฟากไปมาระหว่าง2ฝั่งคลองใหญ่แกรนด์คาแนล  เนื่องจากตลอดความยาวของคลองยาว 3.8 กิโลเมตร มีสะพานใหญ่ให้คนเดินข้ามไปมาเพียง 3 แห่งเท่านั้น  ดังนั้นจึงมีท่าเรือข้ามฟากตั้งอยู่ริม 2 ฝั่งคลองเป็นระยะ  ๆ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการข้ามฟากไปมา
———————————————————————————————————————————
————————————————————————————————————————————-