6/10: Westminster เขตพระราชฐานแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษอันยิ่งใหญ่6/10: Westminster เขตพระราชฐานแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษอันยิ่งใหญ่
100100

6/10: Westminster เขตพระราชฐานแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษอันยิ่งใหญ่

.

Westminster

พื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ถือเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองมานานนับพันปีและรวมถึงเป็นเขตพระราชฐานของราชวงศ์อังกฤษอีกด้วยเพราะเวสต์มินเตอร์เป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีนาถ ซึ่งย่านนี้ได้รวมสถานที่ตั้งของสถานที่ราชการสำคัญ ๆ เช่น สำนักงานและบ้านพักของนายกรัฐมนตรี  เป็นย่านที่ทำให้เข้าใจการประวัติศาสตร์ของการปกครองและร่องรอยของอำนาจที่ส่งผ่านมาหลายยุคหลายสมัยของประเทศอังกฤษได้ดีที่สุด

Westminster MAP

-> แผนที่ อันนี้ไม่เน้นรายละเอียดนะครับ ดูแค่ว่ามันอยู่บริเวณไหน ส่วนรายละเอียดผมคิดว่าคงหากันได้อยู่แล้วทั้งใน google map และจากแอฟต่าง ๆ

.

Houses of Parliament

สถาปนิก: ชาร์ลส์ แบร์รี และ ออกัสต์ พูจิน
อาคารรัฐสภาอังกฤษ แต่เดิมเป็นพระราชวังเวสต์มินสเตอร์มาก่อน สร้างครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ 1087-1100 และสร้างขึ้นช่วงเดียวกับ Tower of London แต่รูปแบบอาคารของ Tower of London นั้นเป็นเหมือนป้อมปราการมากกว่า ที่นี่จึงนับว่าเป็นพระราชวังแห่งแรกของอังกฤษที่สร้างขึ้นในเขตลอนดอน
แต่หลังจากเมื่อถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ 1512 ที่นี่จึงกลายมาเป็นที่ตั้งของอาคารสภาล่าง ( House of Commons ) และสภาขุนนาง ( House of Lords ) เนื่องจากก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้นั้นทั้งตัวแทนของประชาชนและตัวแทนของชนชั้นสูงก็ได้ใช้พระราชวังแห่งนี้เพื่อเป็นที่นัดพบเพื่อหารือกันก่อนอยู่แล้วตั้งแต่ช่วงปีคริสต์ศตวรรษที่ 13 จึงนับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งในการเป็น “รัฐสภา”
ต่อมาในปี ค.ศ 1834 ได้เกิดไฟไหม้ใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ได้ทำลายโครงสร้างเกือบทั้งหมดเหลือเพียงแต่ Westminster Hall, Chapter House ของ St. Stephen, ห้องสักการะ St. Mary Undercroft และหอคอยเท่านั้น
จึงต้องสร้างอาคารใหม่โดยฝีมือของ ชาร์ลส์ แบร์รี และ ออกัสต์ พูจิน เพื่อแทนที่อาคารเก่าที่ถูกเพลิงไหม้เสียหาย อาจกล่าวได้ว่ารัฐสภาของอังกฤษเป็นแบบอย่างการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 500 ปี
อาคารรัฐสภารัฐสภานั้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคสมัยวิกตอเรีย มีความยาว 280 เมตร ทางเดินยาวทั้งหมด 3 กิโลเมตร และมีห้องหับยิบย่อยมากถึง 1,100 ห้อง ภายในมีโถงเวสต์มินสเตอร์ ( Westminster Hall ) ซึ่ง ตัวโถงมีความยาว 72 เมตร สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ 1099 โดยมีคานไม้โอ๊กโบราณรองรับเพดาน
Houses of Parliament ในวันเสาร์ ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนมีบริการนำทัวร์สำหรับผู้เข้าชมชาวต่างประเทศ ตั๋ว ราคา 14 ปอนด์

Houses of Parliament-เที่ยว-ลอนดอน

Photo Credit : www.london-pictures.com
.

ข้อมูล : Houses of Parliament

Address: St. Stephen’s Entrance, St. Margaret Street, SW1 0AA
Website: www.parliament.uk
ค่าเข้าชม:ในวันเสาร์ ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนมีบริการนำทัวร์สำหรับผู้เข้าชมชาวต่างประเทศ ตั๋ว ราคา 14 ปอนด์
รถไฟใต้ดินสถานี : Westminster
———————————————————————————————————————————————————————————

London’s Big ben

สถาปนิก:  ออกัสตัส พิวจิน ( Augustus Pugin)
หอนาฬิกา Big Ben อายุ 154 ปี ที่เราคุ้นตาและเป็นภาพจำของ London มานานแสนนาน อยู่ติดกับอาคารรัฐสภาคือ หอนาฬิกาบิ๊กเบน สร้างขึ้นในปี 1844 หลังจากที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ถูกไฟไหม้ในปี 1834
พิวจินผู้ออกแบบหอนาฬิกา Big Ben ซึ่งนับเป็นงานสุดท้ายก่อนที่เขาจะคลุ้มคลั่งและเสียชีวิต เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่หนักสำหรับเขามาก โดยเขาต้องออกแบบหอนาฬิกาที่มีความสูง 96.3 เมตร หรือประมาณตึก 16 ชั้น ตัวแผงนาฬิกามีความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7.5 เมตร และตัวเข็มยาวเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4.26 เมตร ตัวเข็มสั้นยาว 2.7 เมตร สร้างจากกระจกสีโอปอลถึง 312 ชิ้น โดยใช้โครงสร้างโดยรอบเป็นเหล็ก ในช่วงสงครามโลกตอนกลางคืนจะต้องเอาผ้าดำคลุมหน้าปัดนาฬิกาไว้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของการระเบิด แต่ในวันที่ 10 พฤษภาคม 1941 ด้านหน้าของหอนาฬิกาก็ถูกระเบิดไป 2 ด้าน และหลังคาเสียหายแต่ไม่โดนกลไกของนาฬิกา นาฬิกาก็ยังคงเดินตรงเหมือนเดิม แม้จะมีการหยุดเดินบ้างเพราะอากาศที่เย็นจัด
หอนาฬิกาบิ๊กเบนเป็นชื่อของระฆังหนักราว 16.3 ตัน ซึ่งอยู่ภายในเริ่มตีครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม 1859 และแทบไม่มีใครรู้เลยว่าชื่ออย่างเป็นทางการของหอนาฬิกาก็คือ “Great Bell” เนื่องจากระฆังที่อยู่ในหอนาฬิกาเป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษขณะนั้น จนกระทั่งมหาวิหาร St. Paul’s สร้างระฆัง “Great Paul” ขนาด 17 ตัน ขึ้นในปี ค.ศ 1881
London’s Big ben-

คนส่วนใหญ่มักเรียกชื่อเล่นของหอนาฬิกานี้ว่า Big Ben หากถามว่า Ben คือใคร ก็มีความเป็นไปได้อยู่ 2 กรณี
คนที่ 1 ก็คือเซอร์เบนจามินฮอลล์ ( Sir Benjamin Hall ) ผู้ดูแลการติดตั้งหอระฆัง  Great Bell
คนที่ 2 ชื่อเล่นของแชมป์มวยรุ่นเฮฟวี่เวทสมัยสมัยนั้น เบนจามิน เคาท์ (Benjamin Caunt)
การเข้าชมภายในหอนาฬิกาจะเปิดให้ชมเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น โดยต้องทำเรื่องขอเข้าชมผ่านเจ้าหน้าที่รัฐสภา นักท่องเที่ยวยังไม่อนุญาตให้เข้าชม

ข้อมูล : London’s Big ben

Address: House of Commons, London  SW1 0AA
รถไฟใต้ดินสถานี :  Westminster
———————————————————————————————————————————————————————————

JewelTower

Jewel Tower

อยู่ตรงข้ามอาคารรัฐสภาอังกฤษสร้างในปี ค.ศ 1365 เพื่อเป็นที่เก็บพระราชสมบัติของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ที่นี่คือสถานที่ 1 ใน 2 ของอาคารของพระราชวังเวสต์มินเตอร์ ในสมัยกลางที่ไม่ถูกไฟไหม้ เมื่อ ค.ศ 1834 มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติรัฐสภาให้ได้ชมความเป็นมา

ข้อมูล : Jewel Tower

Address: Abingdon Street, Westminster,London, SW1P 3JY
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00-16.00 น. ปิดวันที่ 24-25 ธันวาคมและ 1 มกราคม
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (16+) : 3 ปอนด์ ,เด็ก: 1.50 ปอนด์,ผู้สูงอายุและนักศึกษา :2.60 ปอนด์ เข้าชมฟรีสำหรับคนที่มีบัตรลอนดอนพาส
รถไฟใต้ดินสถานี  :  Victoria Station, Westminster
———————————————————————————————————————————————————————————

Westminster Abbey

Westminster Abbey เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์ช่วงปี ค.ศ 960 จนในปี ค.ศ 1045 Edward the Confessor (พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1) ก็ได้สร้างโบสถ์ขึ้น แต่ความสวยงามภายนอกของนั้นได้รับอิทธิพลศิลปะแบบกอทิคจากฝรั่งเศส เนื่องจากพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ได้บูรณะโบสถ์ภายหลังอีกครั้ง
มหาวิหารเวสต์มิสเตอร์เป็นสถาปัตยกรรมโกธิค ที่งดงามด้วยรายละเอียด ทั้งโถงทางเดิน(The Nave) จากประตูถึงโถงทำพิธี ที่มีเพดานโค้งอันวิจิตรและมีความสูงถึง 31 เมตร ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในอังกฤษ มหาวิหารเวสต์มิสเตอร์เป็นมหาวิหารที่อยู่คู่กับลอนดอนและราชวงศ์อังกฤษ เริ่มตั้งแต่เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ 1066 ตั้งแต่นั้นมา Westminster Abbey จึงเป็นสถานที่สำหรับกษัตริย์ตั้งแต่นั้นมา จนถึงสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบทที่ 2 ที่เสด็จขึ้นครองราชบ์ในปี ค.ศ 1953 ซึ่งทำให้คนทั่วโลกได้ยลความงดงามภายใน Westminster Abbey เนื่องจากมีการถ่ายทอดพระราชพิธีนี้ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก

Westminster Abbey

Westminster Abbey

Westminster Abbey ได้ทำพิธีอื่น ๆ ที่สำคัญอย่างพิธีอภิเษกสมรสและพิธีศพของราชวงศ์ และยังเป็นที่สำหรับเก็บพระราชอาสน์มากกว่า 900 ปี  สำหรับพิธีอภิเษกสมรสที่พึ่งมีล่าสุดและเป็นเหตุการณ์หยุดโลก สำหรับพระราชพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม – เคท มิดเดิลตัน  ในปี 2011 ซึ่งแสดงได้อย่างชัดเจนของความสำคัญของมหาวิหารแห่งนี้
ภายในบริเวณของ Westminster Abbey ยังประกอบด้วย

- Chapter House

โบสถ์รูปทรงแปดเหลี่ยมเคยเป็นที่ประชุมรัฐสภาในศตวรรษที่ 14 ก่อนย้ายไปที่พระราชวังเวสต์มิสเตอร์ เพียงแค่ชมกระเบื้องสมัยศตวรรษที่ 13 ก็คุ้มค่าแล้ว เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.30-16.00 น.
-   Westminster Abbey Museum
พิพิธภัณฑ์เวสต์มิสเตอร์แอบบีย์ เป็นส่วนที่เก่าที่สุดของมหาวิหาร ผลงานที่แสดงในพิพิธภัณฑ์ได้แก่  คอลเล็กชั่นของพระราชวงศ์ หุ่นปั้น และอุปกรณ์เครื่องใช้ของกษัตริย์หลายพระองค์ เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.30-16.00 น.

-  Cloisters

คลอยสเตอร์ส ทางเดินยาวที่เชื่อมต่อวิหารต่าง ๆ เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.30-18.00 น.

-  College Garden

College Garden เป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เพราะมีอายุถึง 900 ปี เดิมเป็นที่ปลูกสมุนไพรและเลี้ยงปลา รวมทั้งเป็นที่ออกกำลังโดยการยิงธนูของพระสงฆ์ที่นี่ ปัจจุบันเป็นสวนเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นหอคอย Victoria ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Palace of  Westminster ซึ่งปัจจุบันคือตึกรัฐสภา

ข้อมูล : Westminster Abbey

Address: 20 Deans YardLondonSW1P 3PAUK
Website: http://www.westminster-abbey.org/
เวลาทำการ : เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 09.30-15.30 น. วันพุธ 09.30-18.00 น. วันเสาร์ 09.30-13.30 น. ปิดวันอาทิตย์
หากจะเข้าชมทัวส์  จะมีเป็นรอบ ๆ ดังนี้คือ
เดือนเมษายน – กันยายน
วันจันทร์-ศุกร์ 10.00am, 10.30am, 11.00am, 2.00pm, 2.30pm
วันเสาร์ 10.00am, 10.30am, 11.00am
ตุลาคม- มีนาคม
Monday-Friday 10.30am, 11.00am, 2.00pm, 2.30pm
วันเสาร์ 10.30am, 11.00am
ถ่ายรูป : ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในศาสนสถาน
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (16+) : 18 ปอนด์, ผู้สูงอายุ (60+)  : 15 ปอนด์, นักศึกษา(11-18) : 8 ปอนด์, เด็ก (1-10): Free
    ครอบครัว (ผู้ใหญ่ 2,เด็ก 1) : 36.00 ปอนด์
    ครอบครัว (ผู้ใหญ่ 2,เด็ก 2) : 44.00 ปอนด์
    ค่าตั๋วได้รวม audio-guide แล้ว และการซื้อตั๋วแบบเป็นกลุ่มจะได้ราคาต่ำกว่านี้
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี :  Westminster, St James’s Park
รถเมล์สาย : 3
———————————————————————————————————————————————————————————

St. Margaret’s Church

บริเวณทางเข้า Westminster Abbey มีโบสถ์สีขาวขนาดค่อนข้างใหญ่ตั้งอยู่ ก็คือ St. Margaret’s Church สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ 1482-1523 เนื่องจาก Westminster Abbey เป็นที่พำนักของคณะสงฆ์และสถานที่ประกอบพระราชพิธี  จึงไม่ได้เปิดรับสาธารณชน ทางคณะสงฆ์จึงต้องการสร้างโบสถ์สำหรับสาธารณชนจึงได้มีโบสถ์ St. Margaret ขึ้น โบสถ์แห่งนี้ได้รับความนิยมในการใช้ประกอบพิธีแต่งงาน โดยเฉพาะผู้คนในสังคมชั้นสูง แม้แต่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill ) นายกรัฐมาตรีของอังกฤษที่นำฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็แต่งงานในโบสถ์นี้

 St. Margaret’s Church

ข้อมูล : St. Margaret’s Church

Website: http://www.westminster-abbey.org/st-margarets
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ 9.30-15.30 น.วันเสาร์ 9.30- 13.30 น. วันอาทิตย์ 14.00-16.30 น.
ถ่ายรูป : -
ค่าเข้าชม: Free
รถไฟใต้ดินสถานี : Westminster, St James’s Park
———————————————————————————————————————————————————————————

Westminster Cathedral

โดยส่วนใหญ่จะสังเกตได้ว่า โบสถ์ของ London นั้นเป็นของนิกายโปรเตสแตนต์ แต่มหาวิหาร Westminster กลับเป็นของนิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นปี ค.ศ 1895-1903 โดยใช้รูปแบบสุเหร่า Sophia ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี มหาวิหารแห่งนี้จึงดูแปลกตาด้วยโค้ง (สไตล์แขกมัวร์) และภายนอกเป็นสีน้ำตาล โถงด้านในดูสวยงามด้วยหินอ่อน เพดานประดับโมเสท บอกเราเรื่องราวต่าง ๆ ตามความเชื่อ และมีรูปสลักพระเยซูคริสต์บนกางเขนด้วยฝีมือของ อิริก กิลล์ ( Eric Gill) หากอยากชมทิวทัศน์บนความสูง 273 ฟุต สามารถขึ้นลิฟท์ไปด้านบนของหอระฆังได้

Westminster Cathedral

ข้อมูล : Westminster Cathedral

Address: 42 Francis Street, London SW1P 1QW
Website: http://www.westminstercathedral.org.uk/
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.00-17:30 น. วันจันทร์-ศุกร์ 9.30-15.30 น.
ถ่ายรูป : ถ่ายได้
ค่าเข้าชม: Free
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : St James’s Park, Victoria
รถเมล์สาย : 11, 24, 148, 507 and 211 ลงที่ Victoria Street
———————————————————————————————————————————————————————————

Cabinet War Rooms & The Churchill Museum

Cabinet War Room

เปิดให้เข้าชมเมื่อปี 2005 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือสถานที่ลับที่ใช้ปฏิบัติการในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จริง ๆ ดังนั้นทางเข้าจึงค่อนข้างลึกลับเพราะเพิ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อมีการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เดิม Cabinet War Room หรือ CWR นี้ไม่มีทางเข้าเพราะเป็นสถานที่ลับ ตอนนั้นทางเข้าตึกอยู่ภายในตึกราชการซึ่งก็คือตึก Treasury ในตอนนี้ เมื่อเข้าไปแล้วต้องไปยังทางลงบันไดที่ 15 ซึ่งจะมีทางลงมาที่ห้องปฎิบัติการลับนี้

CWR เปิดใช้ในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 1940 เวลา 17.00 น. ทำให้นาฬิกาทุกเรือนภายในพิพิธภัณฑ์จะหยุดที่ 17.00 น.เพื่อระลึกถึงการประชุมครั้งแรก พิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ
ส่วนที่ 1: จำลองสภาพของห้องต่าง ๆ ให้ผู้ชมสามารถเห็นชีวิตของผู้ปฎิบัติการช่วงสงครามโลก นอกจากห้องประชุมที่มีแผนที่ที่ใช้ในการปฏิบัติการและห้องข่าวสารแล้ว ยังมีห้องนอนของ วินสตัน เชอร์ชิลล์ และภริยา ห้องนอนของผู้ปฏิบัติการคนอื่น ๆ  ของใช้และเครื่องเรือนล้วนได้รับการรักษาให้อยู่ในสภาพและตำแหน่งเดียวกันกับวันที่ไฟสงครามดับมอดลง
Cabinet War Room-

ส่วนที่ 2: เป็นห้อง Multimedia ทันสมัย รวบรวมประวัติและข่าวเกี่ยวกับ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ทั้งหมด อยากอ่านข่าวไหนก็ใช้นิ้วสัมผัส ห้องนี้ยังแสดงพิธีศพของ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่ได้รับอนุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 ที่จัดขึ้นใน Westminster Abbey

ข้อมูล : Cabinet War Rooms & the Churchill Museum

Address: Clive Steps,King Charles Street, London SW1A 2AQ
www.iwm.org.uk/visits/churchill-war-rooms
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.30-18.00 น. แต่รับนักท่องเที่ยวถึง 17.00 น. ปิดช่วงวันคริสต์มาส 24-26 ธันวาคม
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (16+) : 17.50 ปอนด์ ,ผู้สูงอายุและนักศึกษา: 14 ปอนด์ ,เด็ก (1-16): Free  ใช้เวลาในการเข้าชมประมาณ 90 นาที
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Westminster, St James’s Park
รถเมล์สาย : 3, 11, 12, 24, 53, 87, 88, 109, 148, 159, 184, 211, 453
เรือ : Westminster
———————————————————————————————————————————————————————————

Tate Britain

Tate Britain

ในขณะที่พิพิธภัณฑ์ National Gallery จัดแสดงผลงานศิลปะที่โดดเด่นของศิลปินทั่วยุโรป แต่ Tate Britain จะแสดงเฉพาะศิลปะที่โดดเด่นของศิลปินอังกฤษล้วน ๆ อย่างผลงานของ William Hogarth บิดาของภาพวาด ของอังกฤษ เป็นศิลปินคนแรก ๆ ที่วาดภาพสะท้อนให้เห็นภาพของผู้คนอย่างที่เป็นอยู่จริง หากคุณชอบผลงานแบบอิมเพรสชันนิสม์ ก็คงต้องรู้จัก Turner ศิลปินอังกฤษ ผลงานของเขาถูกรวบรวมไว้ในห้อง Clore Gallery ซึ่งเป็นห้องใหญ่ที่แสดงผลงานของเขาแต่ผู้เดียว รวมถึงศิลปินอย่าง Grinsborough, Reynolds, Francis Bacon ,George Stubbs, Constable, Blake  ภายใต้ตัวอาคารเป็นแบบนีโอคลาสสิก

ภายในมีร้านขายของ อาหารและบาร์ กาแฟ แต่ราคาค่อนข้างสูง มีร้านขายหนังสือศิลปะ ซึ่งถือเป็นร้านดีที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษทีเดียว และยังขายพวกภาพโปรเตอร์ เครื่องเขียน โปสการ์ด อีกด้วย

ข้อมูล : Tate Britain

Address: Millbank, London SW1P 4RG
www.tate.org.uk/visit/tate-britain
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. แต่รับนักท่องเที่ยวถึง 17.15 น. ปิดช่วงวันคริสต์มาส 24-26 ธันวาคม
ถ่ายรูป : ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปในพิพิธภัณฑ์
ค่าเข้าชม: free
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี :  Pimlico, Westminster
รถเมล์ :  สาย 87 ลงที่ Millbank
    สาย 88 และ C10 ลงที่  John Islip Street
    สาย 2, 36, 185, 436 ลงที่  Vauxhall Bridge Road
———————————————————————————————————————————————————————————

10 Downing Street

นี่คือบ้านของนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ซึ่งคงเป็นชื่อที่คุ้นหู “เลขที่ 10 ถนนดาวนิง” ได้อย่างดี ผ่านหน้าข่าวต่าง ๆ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกรัฐมนตรีของอังกฤษมาตั้งแต่ ค.ศ 1732 ภายในมีห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ( Cabinet Room) และห้องจัดเลี้ยงสวยหรู มักมีคนมาในช่วงเวลาเช้าเผื่อจะได้เห็น นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ออกไปทำงาน
10 Downing Street

แต่นายกรัฐมนตรีคนบัจจุบันนายโทนี แบลร์และครอบครัวจะพักอยู่ที่อาคารหมายเลข 11 ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่กว่า

ข้อมูล : 10 Downing Street

Address: 10 Downing Street, London SW1A 2AA
www.nuber10.gov.uk
รถไฟใต้ดินสถานี :  Westminster, Charing Cross
——————————————————————————————————————————————————————————

The Banqueting House

Banqueting House ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง Whitehall ที่ยังเหลืออยู่ ครั้งหนึ่งเคยมีความยาวที่สุดในถนน Whitehall แต่ถูกไฟไหม้ไปเมื่อ ค.ศ 1698 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังในขณะนั่นคือ อินิโก โจนส์ ( Inigo Jones) ดังนั้น Banqueting House เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เสนอเรื่องราวของพระราชวัง Whitehall ซึ่งเป็นที่ประทับของกษัตริย์ในราชวงศ์สจวร์ต ( Stuart )

The Banqueting House-ลอนดอน

พระราชวัง Whitehall สร้างเสร็จในปี ค.ศ 1622 ถือเป็นตึกที่สวยงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมเรอเนซองซ์แบบอิตาลี และเมื่อกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 1 ซึ่งครองราชย์ในยุคนั้น ได้เอนเอียงไปทางนิกายคาทอลิกพระองค์ก็ทรงได้รับโทษประหารชีวิต โดยตัดพระศอบริเวณด้านนอกของพระราชวัง Whitehall เมื่อปี 1653 ทำให้อังกฤษไม่มีกษัตริย์ปกครอง และในปีเดียวกัน โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ( Oliver Cromwell ) ก็ขึ้นปกครองจักรภพโดยดำรงตำแหน่ง Lord Protector of Commonwealth เป็นเวลา 5 ปี จนในปี 1660 ก็ได้นำระบอบราชวงศ์กลับมาใช้อีกครั้ง โดยให้กษัตริย์ชาร์ลส์ที่2 ขึ้นครองราชย์

ข้อมูล : Banqueting House

Address: Whitehall London SW1A 2ER
www.hrp.org.uk/BanquetingHouse/
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น. รับท่องเที่ยวถึงเวลา 16.15น.
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ : 5.00 ปอนด์ ,ผู้สูงอายุและนักเรียน :  4 ปอนด์ , เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี :  Free
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Westminster, Embankment
รถเมล์สาย : 3, 11, 12, 24, 53, 87,88 และ159.
———————————————————————————————————————————————————————————

ซีโนแทพห์ ( Cenotaph )

ซีโนแทพห์ ( Cenotaph )

อนุสรณ์สถานที่ระลึกถึงประชาชนในเครือจักรภพที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2

 

ข้อมูล : Cenotaph

รถไฟใต้ดินสถานี : Westminster
———————————————————————————————————————————————————————————

St. James’ s Park

St-James’ s Park-London-เที่ยวลอนดอน

สวนสาธารณะ St. James’ s Park เดิมพระเจ้าจอร์จที่ 4 มีรับสั่งให้ทำบริเวณนี้เป็นสวนกวาง แต่ปัจจุบันไม่มีกวางแล้ว ส่วนทะเลสาบกลางสวนเป็นที่อยู่ของนกป่า ตอนบ่าย 3 ของทุกวันจะมีการให้อาหารนกกระทุงในบริเวณนี้ และทำเลถ่ายรูปสวย ๆ ของพระราชวัง Buckingham ก็ถ่ายได้จากสะพานของสวนนี้ บรรยากาศภายในสวนดูน่าพักผ่อนมาก คนลอนดอนนิยมมานั่งอาบแดดและนำอาหารมารับประทานกันในช่วงหยุดพักกลางวัน ในหน้าร้อนยิ่งเต็มไปด้วยผู้คน รวมทั้งมีการแสดงฟรีคอนเสิร์ตให้ได้ชมด้วย

.

ข้อมูล : St. James’ s Park

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 05.00-24.00 น.
รถไฟใต้ดินสถานี : St James’s Park

St James’s Palace

StJamesPalace-เที่ยว-ลอนดอน-London

พระราชวังสถาปัตยกรรมแบบทิวดอร์ สร้างในสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ในปี ค.ศ 1530 เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในลอนดอน ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของสวนเซนต์เจมส์ปาร์ก เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และราชินีอังกฤษมาถึง 300 ปี จนกระทั่งปี ค.ศ 1702-1837 พระนางวิกตอเรียจึงได้ย้ายไปประทับที่พระราชวังบักิงแฮมที่ใหม่และใหญ่กว่าแทน

ยอร์กเฮาส์ ( York House) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังเซนต์เจมส์ เคยเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และพระโอรสทั้ง2 พระองค์ จนกระทั่งใน ค.ศ 2003 เจ้าฟ้าชาร์ลจึงทรงย้ายไปประทับที่แคลเรนซ์เฮาส์แทน ปัจจุบันพระราชวังนี้เป็นที่ประทับของเจ้าหญิงแอนน์ เจ้าหญิงอเล็กซานดรา ออฟเคนท์และพระสวามี

.

ข้อมูล : St James’s Palace

Address: St James’s Street,London W1DH
www.royal.gov.uk
รถไฟใต้ดินสถานี : Green Park
———————————————————————————————————————————————————————————

Green Park

อยู่ข้างพระราชวังบักกิงแฮม มีสภาพเป็นป่ามากกว่าสวนอื่น ๆ พระเจ้าชาร์ลสที่ 2 เคยเสด็จออกกำลังที่นี่ทุกวัน ที่กรีนปาร์กจะมีเสน่ห์เป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่  ช่วงดอกแดฟไฟดิล ผลิดอก
Green Park

ข้อมูล : Green Park

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Green Park, Hyde Park Corner, Hyde Park Corner
รถเมล์สาย : 2,8,9,14,16,19,22,36,38,52,73,82,148,436
———————————————————————————————————————————————————————————-

Buckingham Palace + Changing of the Guard

สถาปนิก :  จอห์น แนช และ เอ็ดเวิร์ด บลอร์
พระราชวังบักกิงแฮมในปัจจุบันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 มีห้องทั้งพระราชวังถึง 600 ห้อง แต่สมเด็จพระราชินีและพระสวามีรวมถึงเชื้อพระวงศ์อื่น ๆ อยู่อาศัยรวมกันแล้วเพียง 12 ห้องเท่านั้น ห้องที่เหลือถูกใช้เป็นพระราชสำนักงานอื่น ๆ ของราชวงศ์ และเป็นสถานที่เลี้ยงรับรอง เป็นต้น
เมื่อแรกนั้นพระราชวังบักกิงแฮมเป็นตำหนักของดยุคแห่งบักกิงแฮม สร้างขึ้นในต้นทศวรรษที่ 18 หลังจากนั้นพระเจ้าจอร์จที่ 4 ทรงให้สถาปนิก จอห์น แนช (John Nash) เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้เป็นพระราชวังในปี ค.ศ 1826 ด้วยพระประสงค์ให้ก่อสร้างเพิ่มเติม และใช้เงินดำเนินการไปกว่า 700,000 ปอนด์ แต่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากงบประมาณที่ถูกใช้ไปจนหมด ดังนั้นระหว่างนั้นจึงทำให้ที่นี่ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดเสด็จมาประทับ จนในปี ค.ศ 1837 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเสด็จขึ้นครองราชย์ พระนางทรงย้ายออกจากพระราชวัง Kensington ที่เคยประทับกับพระมารดา มาประทับที่นี่ ทำให้ Buckingham Palace ได้กลายเป็นที่ประทับของกษัตริย์อังกฤษตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา หลังจากนั้นทรงโปรดให้สถาปนิกเอ็ดเวิร์ด บลอร์ ปรับปรุงเพิ่มเติมอีกในปี ค.ศ 1847 ทรงโปรดให้สร้างอาคารทางด้านตะวันออก หันหน้าไปสู่ถนนเดอะมอลล์ และย้ายมาร์เบิลอาร์ค ( Marble Arch) ไปตั้งไว้ที่หัวถนนปาร์กเลน ( Park Lane) จนถึงปัจจุบัน พระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้เมื่อปี ค.ศ 1993 เป็นต้นมาเพื่อนำเงินไปทำนุบำรุงพระราชวังวินเซอร์ที่ถูกไฟไหม้ในเดือนพฤศจิกายน ปี

Buckingham Palace

Buckingham Palace

Buckingham Palace

ช่วงที่เราจะมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ คือช่วงที่สมเด็จพระราชินีนาถทรงแปรพระราชฐานไปยังสก๊อตแลนด์ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเรียกว่า
“ทัวร์ The State Room” ประกอบด้วยการชมห้องต่าง ๆ  อย่างห้องดนตรี, ห้องBlue Drawing ,White Drawing , Green Drawing ซึ่งห้อง Drawing แต่ละห้องเป็นโถงขนาดใหญ่ตกแต่งตามชื่อสีของห้องอย่างวิจิตรอลังการ  และห้องที่นับเป็น ไฮไลท์ คือห้องพระราชพิธี ( Throne Room ) ที่ตกแต่งด้วยสีแดงและทองอย่างงดงาม รวมทั้งห้องเสวยซึ่งจะเห็นทิวทัศน์สวนอันกว้างใหญ่ของพระราชวัง ห้องเหล่านี้สะท้อนวิถีชีวิตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 ได้อย่างดี การเยี่ยมชมจะยกเว้นเพียงห้องบรรทมและห้องสำหรับใช้ส่วนพระองค์เท่านั้น หากคุณเป็นพวกคอศิลปะ ที่พระราชวังแห่งนี้มีภาพเขียนของศิลปินระดับ Hall of frame อย่าง รูเบนส์, แรมบรันด์ และอีกศิลปินอีกหลายท่าน ไว้ให้ดูอีกด้วย

Changing of the Guard

พิธีผลัดเปลี่ยนกองทหารรักษาพระองค์ ณ. พระราชวังบัคกิ้งแฮมที่มีเป็นประจำทุกวันในช่วงเดือนเมษายน – กรกฎาคม ในเวลา 11.30 น. ส่วนในเดือนอื่น ๆ จะมีแบบวันเว้นวัน โดยกองทหารยามผลัดเดิมจะมอบกุญแจให้แก่กองทหารเวรยามผลัดใหม่โดยมีวงโยธวาทิตเล่นเพลงมาร์ชเดินขบวนไปพร้อมกองทหารม้า ดูรายละเอียดที่ www.changing-the-guard.com

ข้อมูล : Buckingham Palace

Address: London SW1A 1AA
Website: http://www.royalcollection.org.uk/visit/buckinghampalace/about
เวลาทำการ : เปิดฤดูร้อน (เดือนสิงหาคม-กันยายน) ทุกวัน 09.30 -18.30 น. ให้ชมภายในพระราชวัง (จำหน่ายบัตรรอบสุดท้ายเวลา 14.45น.)
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 19.75 ปอนด์ ,ผู้สูงอายุและนักเรียน 18.00 ปอนด์,เด็กต่ำกว่า 17 ปี 11.25 ปอนด์ ,เด็กต่ำกว่า 5 ปี เข้าชมฟรี และแบบครอบครัว (ผู้ใหญ่ 2,เด็ก 3) 50.75 ปอนด์
    จองตั๋วได้ที่ www.rceltickets.com  ใช้เวลาเข้าชมประมาณ 2.30 ชั่วโมง
    เดือนมกราคมและเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะเปิดให้เข้าชมพระราชวังในตอนกลางคืนแบบส่วนตัว รับกลุ่มละ 25 คน
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Green Park, Hyde Park Corner, Hyde Park Corner
รถเมล์สาย : 2,8,9,14,16,19,22,36,38,52,73,82,148,436
———————————————————————————————————————————————————————————

The Queens Gallery

The Queen’s Gallery

ห้องแสดงศิลปะในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ภายในบริเวณรั้วเดียวกันกับพระราชวังบักกิงแฮม จะเปิดตลอดปี แต่เพราะส่วนของพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเล็ก รวมทั้งมีการตรวจตราเพื่อรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ จึงต้องจำกัดผู้เข้าชมในแต่ละรอบดังนั้นควรแวะไปชมตั้งแต่เช้าก่อนที่จะมีการเปลี่ยนทหารรักษาพระองค์ เพราะหลังจากพิธีเปลี่ยนกะทหารเสร็จคนจะค่อนข้างแน่น
ที่นี่มีภาพวาดของจิตกรชื่อดัง อย่าง ลีโอนาร์โด และทิเชียน พื้นที่จัดแสดงผลงานนั้นลงทุนใหม่ถึง 20 ล้านปอนด์ และเพิ่งเปิดให้ชมอีกครั้งเมื่อ ค.ศ 2002 ที่ผ่านมา นอกจากภาพวาดแล้วยังมีสมบัติพัสถาน ศิลปวัตถุหาดูยาก อาวุธยุทโธปกรณ์ และสิ่งของมากมายซึ่งล้วนเป็นคอลเลกชั่นในครอบครองของกษัตริย์และราชินีที่ตกทอดกันมาหลายรัชสมัย

ข้อมูล : The Queen’s Gallery

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00-17.30 น. ปิดเฉพาะวันที่ 9 เมษายน และ ปิด24-25 ธันวาคม
ถ่ายรูป : ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายใน
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 9.25 ปอนด์ , ผู้สูงอายุและนักเรียน 8.50 ปอนด์ , เด็กต่ำกว่า 17 ปี 4.65 ปอนด์ ,เด็กต่ำกว่า 5 ปีเข้าชมฟรี และตั๋วแบบครอบครัว 23 ปอนด์  บัตร London Pass เข้าชมนิทรรศการพิเศษได้ฟรี
รถไฟใต้ดินสถานี : Victoria, St.James’s Park, Green Park
 

Royal Mews

ตัวอาคารรอยัลมิวส์อยู่ทางขวาของพระราชวังบักกิงแฮมเป็นโรงม้าหลวงที่เก็บรถม้าพระที่นั่งต่าง ๆ รถพระที่นั่งทองคำ รถม้าลากในพระราชพิธีราชาภิเษก รถม้าในพิธีอภิเษกสมรส

Royal Mews

ข้อมูล : Royal Mews

Address: The Royal Mews, Buckingham Palace, London, SW1W 1QH
เวลาทำการ : เปิดฤดูหนาว เดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม และพฤศจิกายน-ธันวาคม  วันจันทร์-เสาร์ 10.00-16.00 น. รับนักท่องเที่ยวก่อนเวลา 15.15น. 
ฤดูร้อน เดือนเมษายน – ตุลาคม เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น.และปิดตลอดเดือนธันวาคม
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ : 8.50 ปอนด์ ,ผู้สูงอายุและนักเรียน :  7.75 ปอนด์,
เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี :  5.30 ปอนด์,
เด็กต่ำกว่า 5 ปี  : Free 
และแบบครอบครัว (ผู้ใหญ่ 2,เด็ก 3) 22.75 ปอนด์
สำหรับผู้ถือบัตร London Pass เข้าชมฟรี
www.royalcollection.org.uk
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี :  Victoria, Green Park and Hyde Park Corner
รถเมล์สาย : 11, 211, C1 และ C10 ลงที่ Buckingham Palace Road
.
Photo Credit : http://worldbesttravelplaces.blogspot.com/2011/11/luxurious-royal-mews.html
———————————————————————————————————————————————————————————

Trafalgar square -Jo (5)

Trafalgar Square/ Nelson’s Column

สถาปนิก : จอห์น แนช
จัตุรัส Trafalgar สร้างขึ้นในทศวรรษที่ 1830-1840  เพื่อเป็นเกียรติแก่ความเกรียงไกรของกองทัพเรือ ด้านหน้าจัตุรัสคือเสาอนุสาวรีย์ของนายพลโฮราติโอ เนลสัน ( Horatio Nelson )  เสาตรงกลางเด่นเป็นสง่า “Nelson’s Column” ล้อมรอบไปด้วยสิงโตสำริด 4 ตัว ประกอบขึ้นเป็น Trafalgar Square ตั้งชื่อไว้เป็นเกียรติประวัติแก่ Lord Nelson หนึ่งในวีรบุรุษสงครามที่ยิ่งใหญ่สุดตลอดกาลของชาวอังกฤษ
ในยุทธนาวี Battle of Trafalgar กองเรืออังกฤษซึ่งมีเรืออยู่เพียง 27ลำ เข้าบดขยี้กับทัพเรือของ นโปเลียนแห่งอาณาจักรฝรั่งเศส-สเปน ที่มีกองเรือใหญ่กว่า มีทัพเรืออยู่จำนวน 33 ลำ ก่อนเวลาเที่ยงอยู่15นาที ท่านลอร์ดชักธงขึ้นเป็นสัญลักษณ์ “England expects that every man will do his duty” คำสัญญาณกึกก้องในใจของเหล่าทหารหาญ ท่านลอร์ดแปรขบวนเรือเป็นสองแถวพุ่งตรงเป็นแนวเข้าปักกองกำลังข้าศึกที่แปรขบวนในแนวหน้ากระดาน อังกฤษจมเรือข้าศึกไป22ลำโดยไม่เสียเรือไปแม้แต่ลำเดียว
แม้ท่านจะเสียแขนไปข้างหนึ่ง ก็ยังยืนหยัดต่อสู้จนเสียชีวิต นายพลเนลสันจึงเป็นวีรบุรุษของกองทัพเรือที่ชาวอังกฤษนิยมชมชอบอย่างมาก อนุสาวรีย์นี้จึงสร้างเป็นเกียรติประวัติแก่ท่าน จากในรูปถ้าแหงนมองตรงๆจะไม่เห็นท่านนะครับ ต้องออกมาในแนวไกลๆ
ที่นี่คือจุดศูนย์กลางของลอนดอน ไม่ว่าจะเฉลิมฉลองชัยชนะหรืองานวันขึ้นปีใหม่ ไม่มีที่ใดพร้อมเท่ากับที่จัตุรัสทราฟัลการ์แห่งนี้อีกแล้ว เดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นคอกม้าหลวงของพระราชวังไวท์ฮอลล์ บริเวณจัตุรัสมีอนุสาวรีย์สำริดของลอร์ดเนลสันอยู่บนเสาที่มีความสูง 50 เมตร ที่ฐานของเสามีภาพหล่อทองบรอนซ์ 4 ด้าน เล่าเรื่องราวการรบระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสในอดีต มีสิงโตโลหะ 4 ด้าน หมอบอยู่รอบฐานหันหน้าออก ด้านข้างมีน้ำพุใหญ่ 2 ข้าง บริเวณรอบด้านของจัตุรัสรายล้อมด้วย National Gallery, National Portrait Gallery และ St. Martin-in-the-Fields

 

รถไฟใต้ดินสถานี : Charing Cross
———————————————————————————————————————————————————————————

St. Martin-in-the-Fields

สถาปนิก:  เจมส์ กิบบ์ส
St. Martin-in-the-Fields

โบสถ์ที่สะท้อนเสน่ห์ของลอนดอนในฐานะเมืองใหญ่ที่ยังหามุมสงบได้จากที่นี่ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 13 สร้างเสร็จในปี ค.ศ 1726 ช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ชาวบ้านรู้จักโบสถ์แห่งนี้เป็นอย่างดี เพราะมีห้องใต้ดินสำหรับหลบภัยเมื่อลอนดอนถูกเยอรมันโจมตีทางอากาศ นอกจากนั้นโบสถ์เซนต์มาร์ตินยังเป็นโบสถ์ประจำพระราชวังบักกิงแฮมอีกด้วย โดยมีห้องของราชวงศ์ตั้งอยู่ตรงปลายโบสถ์ด้านตะวันออก

โบสถ์แห่งนี้มักจัดกิจกรรมเพื่อชุมชมอยู่เป็นประจำ และหากคุณชอบฟังเพลงคลาสิกคุณควรจะมาในช่วง บ่ายโมง หรือ 1 ทุ่มครึ่ง และที่โบสถ์ของ St. Martin-in-the-Fields มีร้านอาหารในห้องใต้ดินด้วย

ข้อมูล : St. Martin-in-the-Fields

Address: Trafalgal Square, London WC2N 4JJ
Website: : www.smitf.org
เวลาทำการ : เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 10.00-18.00 น. วันอาทิตย์ 12.00-18.00 น.
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: Free
รถไฟใต้ดินสถานี : Charing Cross
———————————————————————————————————————————————————————————

National Gallery

National Gallery

Photo: Maurice // http://www.flickr.com/photos/mauricedb/2742966709/
.
          สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1824 ในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 4 เนื่องด้วยพระองค์ทรงให้รัฐบาลซื้อรูปภาพที่สำคัญมา 38 ภาพ และต้องการสถานที่เก็บรักษา ทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์มีรูปสะสมถึง 2,300 ภาพ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ยังนิยมวาดภาพเกี่ยวกับศาสนาจนถึงยุคอิมเพรชชันนิส์มในคริสต์ศตวรรษที่ 19 สำหรับคนที่รักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ และหากคุณมีเวลาน้อยละก็ ที่นี่จะทำให้คุณเต็มอิ่มกับผลงานของศิลปินในดวงใจ ไม่ว่าจะเป็น Picasso, Van Gogh, Michelangelo, Leonardo da Vinci, Monet,ราฟาเอล ,บอตติเชลลี แค่ที่กล่าวมาคงจะบอกได้ว่าที่นี่คือขุมทรัพย์ทางงานศิลปะเลยก็ว่าได้
National Gallery แบ่ง เป็น 4 ส่วน (Wing)
          1.Sainsbury  Wing : แสดงงานในช่วงปี ค.ศ 1250-1500 โดยไฮไลท์คือ ผลงานของ ลีโอนาร์โด ดา วินชี ภาพที่ชื่อว่า “ The Cartoon ”
          2.West  Wing : แสดงงานในช่วงปี ค.ศ 1500-1600 โดยไฮไลท์คือ ผลงานของ ไมเคิล แองเจโล
           3.North  Wing : แสดงงานในช่วงปี ค.ศ 1600-1700 โดยไฮไลท์คือ ผลงานของ แรมแบรนด์ท
           4.East  Wing : แสดงงานในช่วงปี ค.ศ 1800-1900 โดยไฮไลท์คือ ผลงานอันโด่งดังอย่าง “Sunflower” ของ วินเซนต์ แวน โกะห์ ที่เขียนในปี ค.ศ 1888 และผลงานของ โมเนต์ ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นเดียวกัน ภาพที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับอังกฤษโดยตรงอย่างภาพ “ The Execution of Lady Jane Gray” ของ Paul Delaroche เป็นภาพที่แสดงบรรยากาศของวันประหารชีวิตของ Lady Jane Gray ผู้เป็นราชินีได้แค่เพียง 9 วัน ที่ Tower green, Tower of London เพื่อทำให้ Queen Mary ขึ้นครองราชย์แทน
สำหรับคอศิลปะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมฟังบรรยายและวาดภาพ “ Talk and Draw” โดยทางแกลเลอรี่จะมีกระดาษและอุปกรณ์ให้ฟรีอีกด้วย

.

ข้อมูล : National Gallery

Address: Trafalgar Square  London WC2N 5D
Website: www.nationalgallery.org.uk
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00-18.00 น. ยกเว้นวันพุธที่เปิดถึง 21.00 น.   ปิดประจำปีวันที่ 24-26 ธันวาคม และ 1 มกราคม
ข้อห้าม: ห้ามถ่ายรูปภายใน,ห้ามโทรศัพท์, ห้ามเอาของกินเข้าไปภายในและห้ามสูบบุหรี่
ค่าเข้าชม: Free  ส่วน Audio Guide ราคา 3.50 ต่อเครื่อง และสำหรับผู้ถือบัตร London Pass สามารถใช้ Audio Guide ฟรี
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Westminster ,Embankment ,Piccadilly, Leicester Square
รถเมล์: 3, 6,9, 12,13, 15, 23,24,29, 88, 139, 159, 176,453
———————————————————————————————————————————————————————————

National Portrait Gallery

National Portrait Gallery

สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1856 ตั้งอยู่ใกล้กันกับ National Gallery ที่นี่เป็น ฟรีแกลเลอรี่ ที่จัดแสดงภาพบุคคลสำคัญของประเทศจากทุกสาขาอาชีพของประเทศอังกฤษ ที่มีชื่อเสียงทั้งในทางที่ดีและทางร้ายของอังกฤษตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งมีทั้งงาน ภาพถ่าย, ภาพวาด, ภาพพิมพ์, รูปปั้นจนถึงงานป๊อปอาร์ต
และบนชั้นบนสุด มีร้านอาหาร Portrait Restaurant และในชั้นใต้ดิน มี Portrait Café หากคุณต้องการหาอะไรมาใส่ท้อง

ข้อมูล : National Portrait Gallery

Address: St Martin’s Place, London WC2H 0HE
Website: www.npg.org.uk
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00-18.00 น. วันพฤหัสบดี-ศุกร์ 10.00-21.00 น. ปิดช่วงวัน คริสต์มาส 24-26 ธันวาคม
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: Free   ส่วน Audio Guide ราคา 3.50 ต่อเครื่อง และสำหรับผู้ถือบัตร London Pass เข้าชมนิทรรศการพิเศษได้ฟรี
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Charing Cross, Leicester Square, Embankment
รถเมล์ : 24, 29 และ 176 ลงที่ Charing Cross Road
———————————————————————————————————————————————————————————

Institute for Contemporary Arts

Institute for Contemporary Arts

ก่อตั้งเมื่อช่วงปี ค.ศ 1940 โดยกลุ่มศิลปินแนวร่วมสมัยปัจจุบันเป็นสถานที่รวมการแสดงงานศิลปิน “Avant Garde” ของอังกฤษ ด้านงานจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะการแสดง ในอาคารแนชเฮาส์ อาคารในศตวรรษที่ 18

ข้อมูล : Institute for Contemporary Arts

Address: The Mall, London SW1Y 5AH
Website: http://www.ica.org.uk/
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน  11.00-18.00 น. วันพฤหัสบดี 12.00-21.00 น.
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: Free
///การเดินทาง///
รถไฟใต้ดินสถานี : Charing Cross, Bakerloo, Piccadilly Circus
รถเมล์ : 3,6,9,11,12,13,14,15,19,22,23,
24,29,38,77a,88,91,139,159 และ 176
ลงใกล้ ๆ Trafalgar Square หรือ Cockspur Street
———————————————————————————————————————————————————————————

Guards Museum-london

Guards Museum

พิพิธภัณฑ์ Guards Museum อยู่ตรงข้ามสวนสาธารณะ St.James เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่องราวทหารมหาดเล็กของกองทัพอังกฤษที่มีประวัติมายาวถึง 300 ปี ภายในจัดแสดงเครื่องแบบมหาดเล็กในยุคต่าง ๆ มากกว่า 30 ชุด และอาวุธต่างๆ รวมถึงเรื่องราวการต่อสู้ของทหารมหาดเล็กเพื่อปกป้องอธิปไตยขงอประเทศ ร้านค้าของพิพิธภัณฑ์ก็น่าสนใจเพราะจะมีตุ๊กตาทหารวางขาย

 

ข้อมูล : Guards Museum

Address: The Guards Museum, Wellington Barracks, Birdcage Walk, London, SW1E 6HQ
Website: http://www.theguardsmuseum.com/
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00-16.00 น.แต่รับนักท่องเที่ยวถึง 15.30 น.  ปิดช่วง 16 ธันวาคม – 2 กุมภาพันธ์ และวันที่มีพระราชพิธี
ถ่ายรูป : ได้
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ : 5.00 ปอนด์ ,ผู้สูงอายุและนักเรียน :  2.50 ปอนด์ , เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี :  Free
รถไฟใต้ดินสถานี : St James’s Park, Green Park, Waterloo, Charing Cross และVictoria.
-
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Save on your hotel - www.hotelscombined.com

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 ขอปิดท้ายด้วยตารางรายละเอียดนะครับ

 Westminster

 

———————————————————————————————————————————————————————————