Hong Kong – 6_Hong Kong Island / CentralHong Kong – 6_Hong Kong Island / Central
100100

Hong Kong – 6_Hong Kong Island / Central

 >> “ตึกระฟ้าในย่านเซ็ลทรัล”

ย่านเซ็ลทรัลของเกาะฮ่องกงนั่นคับคั่งไปด้วยตึกระฟ้า

ซึ่งดูไปก็คล้ายกราฟสถิติอะไรซักอย่าง จนอาจทำให้เราลืมเรื่องที่ว่าเรามาเที่ยวเกาะกลางทะเลไปได้

ผมเองก็ลืมไปว่าตัวเองมาเที่ยวเกาะ เพราะไม่เห็นจะมีต้นมะพร้าวซักกะต้น อีกทั้งใครต้องมาติดเกาะฮ่องกงแห่งนี่นอกจากจะไม่ต้องนุ่งใบไม้แล้ว ผมว่า….บนร่างคงต้องอาบไปด้วยแบรนด์เนมสุดหรูด้วยแน่  (เป็นการอยู่เกาะที่แสนจะลำบากเพราะเล่นเอากระเป๋าเงินฉีก หรือบางคนเลยเถิดขนาดเป็นหนี้บัตรเครดิตอีกด้วย)

Hongkong-ฮ่องกง-เซ็ลทรัล

.

         ครั้นจะถ่ายรูปตึกในย่านนี้อย่างเดียวก็จะหาว่าเป็นนักท่องเที่ยวสมัครเล่น ผมเลยรวบรวมชื่อตึกระฟ้าในย่านนี้มาให้กันพอสังเขป เพราะตึกของฮ่องกงหลาย ๆ ตึกนั้นได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชื่อดังอันดับต้น ๆ ของโลกกันเลยทีเดียว จึงทำให้ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งการแข่งขันกันด้านฮวงจุ้ยก็เจมจ้นรุนแรง  เพราะเป็นความเชื่อหลักของคนจีน  เรียกว่าหักเหลี่ยมเฉือนคมแบบกินกันไม่ลงเลยครับ เคยฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับการออกแบบตึกของฮ่องกงผมเนี้ยนึกว่ากำลังฟังหนังกำลังภายในซะอีก  และหากใครมีเพื่อน หรือมีแฟนเป็นพวกสถาปนิก ก็อย่าได้หวังจะได้ถ่ายรูปคู่ Selfe สวย ๆ เก๋ ๆ  เพราะเขาเหล่านั้นจะถ่ายแต่ตึก ๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ตึก จนสาว ๆ หลายคนแอบงอนกันไปเลยว่า           ฉันสวยน้อยกว่าตึกตรงไหนยะ !    แฟนคุณก็คงบอกว่าสวยไม่เหมือนกัน แต่จะให้เลือกคงเลือกไม่ได้ ฉะนั้นสาว ๆ อย่าได้ให้เขาเลือกเลย ปล่อย ๆ เขาไปเหอะ นึกว่าปล่อยนก ปล่อยปลา ระหว่างที่เขามัวแต่ถ่ายตึกคุณก็ Selfe แต่ลำพังไปพลาง ๆ ก่อนนะครับ

.

Hongkong-Building-HSBC-Bank of China-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-ตึกฮ่องกง-1

1- HSBC Main Building

(1 Queen’s Road,Central)
  HSBC
                 อาหารเอชเอสบีซี (HSBC) เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1865 ก่อนจะปรับปรุงครั้งแล้วครั้งเล่าจนมีรูปร่างอย่างที่เห็นในปี ค.ศ. 1985 โดยการออกแบบของนอร์แมน ฟอสเตอร์ (Norman Foster) ซึ่งใช้ทุนสร้างสูงกว่า 5,200 ล้านเหรียญฮ่องกง และด้วยความสูง 180 เมตร จึงทำให้ตึกแห่งนี้เป็นอาคารทางการเงินที่สูงที่สุดในโลกในเวลาต่อมา ที่สำคัญชาวฮ่องกงยังเชื่อว่า อาคารเอชเอสบีซีนั้นมีฮวงจุ้ยดีที่สุดในฮ่องกงอีกด้วย เพราะที่ตั้งของอาคารเป็นจุดบรรจบของเส้นมังกรทั้งห้า และการที่ตึกหันหน้าไปทางอ่าววิกตอเรียโดยไม่มีสิ่งก่อสร้างใดกีดขวางก็หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีอุปสรรคใด ๆ มาขัดขวางนั่นเอง
                 HSBC อาคารหลักเป็นอาคารแรกที่มีขนาดใหญ่ในฮ่องกงนับเป็นหนึ่งในกลุ่มธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในโลกสมัยใหม่  ใช้วิธีการก่อสร้างอันทันสมัยด้วยการโดยแต่ละชั้นใช้โครงสร้างเหล็ก 8 โครงยึดติดเข้าด้วยกันแล้วนำแป่นเหล็กมาสานเป็นลูกกรง ในด้านฮวงจุ้ยนั้นได้มีการจัดตำแหน่งบันไดเลื่อนในห้องโถงใหญ่ให้ตรงกับจุดที่ตรงกับหางมังกรทอดลงมาจากจุดในบริเวณใกล้เคียง (ก็แล้วแต่ความเชื่อละครับ)

2- Cheung Kong Center

(2 Queen’s Road,Central)
                อาคาร 62 ชั้นที่ชุมทางถนนควีนส์กลางและการ์เด้นถนนเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงลีกาชิงของ Cheung ฮ่องกง   ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังลีโอเดลีและซีซาร์ Pelli อาคารที่ถูกปิดล้อมอยู่ในกระจกสะท้อนแสงและกรอบสแตนเลส ในเวลากลางคืนระบบไฟส่องสว่างแก้วนำแสงคอมพิวเตอร์ควบคุม wraps 283m อาคารเรืองแสงทำให้มันดูไม่มีตัวตนไปเลย

3- Bank of China

(1 Bank Street,Central)

4- Bank of China Tower

(1 Garden Road,Central)
                ตึกสูงอันดับ 4 ของฮ่องกง และอันดับ 25 ของโลก (สูง 369 เมตร มีทั้งหมด 70 ชั้น) ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า แอลเอ็มเพ่ย (L.M. Pei-leoh Ming Pei) ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมจีน-อเมริกัน (Chinese-American) ก่อนจะสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1990 โดยมีรูปทรงเหมือนดาบแหลมขนาดใหญ่ และมีเหลี่ยมมีมุมแหลมอยู่รอบด้าน ส่วนเสาสูงด้านบนคล้ายหนวดของแมลงมีไว้เพื่อสื่อถึงพลังอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองให้กับอาคารหลังนี้ ทั้งนี้ตึกแบงก์ออฟไชน่า (Bank of China) เปิดให้บุคคลทั่วไปขึ้นไปชมวิวที่ชั้น 43 ด้วยยังไงถ้ามีเวลาลองแวะเวียนไปดูนะ
                 façadeปริซึมเหมือน 367.4m ธนาคารแห่งประเทศจีนทาวเวอร์ได้กลายเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่รู้จักมากที่สุดและชื่นชมเส้นขอบฟ้าของฮ่องกง การทำงานของสถาปนิกจีนอเมริกันที่มีชื่อเสียงผมเป่ยรูปแบบไม่สมมาตรอาคาร 70 ชั้นเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่บริสุทธิ์และได้รับเมื่อเทียบกับพืชไม้ไผ่ซึ่งทอดตัวลำต้นของมันอย่างต่อเนื่องสูงขึ้นกับแต่ละระเบิดใหม่ของการเจริญเติบโต การสังเกตดาดฟ้าบนชั้น 43 มีมุมมองที่ดีของภาคกลาง

Hongkong-Building-HSBC-Bank of China-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-ตึกฮ่องกง-2

5- Citybank/ Asia Pacific Finance Plaza

(3 Garden Road,Central)

6- St John’s Building

(33 Garden Road,Central)

7- The Hong Kong Club

(1 Jackson Road,Central)

8- AIG Tower

(1 Connaught  Road,Central)

Hongkong-Building-HSBC-Bank of China-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-ตึกฮ่องกง-3

9- Shun Tak Centre 

(200 Connaught Road, Central)

10- Jardine House

(1 Connaught  Place,Central)
                จาร์ดีนส์เฮาส์ (Jardines House) เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมสไตล์โมเดิร์นที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1973 และมีจุดเด่นอยู่ตรงหน้าต่างทรงกลมขนาดใหญ่หลาย ๆ วง โดยมันเคยได้ชื่อว่าสูงที่สุดในฮ่องกงมาแล้ว (ช่วง ค.ศ. 1973-1980 โดยสูง 179 เมตร) ปัจจุบันใช้เป็นสำนักงานของบริษัทต่าง ๆ มากมาย

11- Exchange Square

(8 Connaught  Place,Central)
                อาคารตลาดหลักทรัพย์และองค์กรทางการเงินของฮ่องกง ซึ่งไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมด้านใน ยกเว้นชั้นล่างของอาคารที่ใช้เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังอาคารรอบ ๆ (มีร้านอาหารและร้านค้าให้บริการด้วย) ทั้งยังมีท่ารถบัสประจำทางเพื่อไปสถานที่ต่าง ๆ บนเกาะ เช่น รีพัลส์เบย์ (Repulse Bay), สแตนเลย์ (Stanley) และเดอะพีก (The Peak) ฯลฯ
                บ้านที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEx) และสถาบันการเงินอื่น ๆ ทั้งสามคนที่งดงามของอาคารได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นความสำเร็จทางด้านสถาปัตยกรรมที่สำคัญโดยนิตยสารไทม์และได้รับรางวัลเหรียญเงินจากฮ่องกงสถาบันสถาปนิกในปี 1985 ที่ซับซ้อนประกอบด้วยสาม อาคารสำนักงานที่มี 52 ชั้น, 51 ชั้นและ 33 ชั้นตามลำดับ
ร้านค้าภายในอาคารส่วนใหญ่ เปิด 10.00-18.00 น. ทุกวัน (ขึ้นอยู่กับร้าน)

12- One International Finance Center

(1 Harbour View Street, Central)

Hongkong-Building-HSBC-Bank of China-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-ตึกฮ่องกง-4

13- Two Internation Finance Centre / 2 IFC

(8 Finance Street, Central)
                ตึกสูงสุดในย่านเซ็นทรัลและยังสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก (สูง 420 เมตร 88 ชั้น) ลักษณะภายนอกเป็นอาคารที่สร้างคล้ายเสาโอเบลิสก์ (Obelisk) ของประเทศอียิปต์ ส่วนด้านในนอกจากจะแบ่งเป็นช้อปปิ้งมอลล์, ไอเอฟซีมอลล์ (IFC Mall) และร้านค้ายิบย่อยมากมายแล้ว ยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเอกซเพรส (Airport Express) ของสถานีเซ็นทรัลด้วย
                ทะยาน 420 เมตรเหนือริมน้ำกลางสถานบังคับบัญชานี้เป็นอาคารที่สูงที่สุดบนเกาะฮ่องกงที่สองที่สูงที่สุดในเมืองและเป็นหนึ่งในที่สูงที่สุดในโลก สองไอเอฟซีเป็นที่เรียบร้อยแล้วในปี 2003 เป็นส่วนหนึ่งของความซับซ้อนที่รวมถึงห้างสรรพสินค้าหรูไอเอฟซีและโฟร์ซีซั่นส์เช่นเดียวกับ MTR ฮ่องกงสถานีบริการที่สนามบิน MTR Express และ MTR ตุงจุงแนว

14- Hang Seng Bank

(83 Des Voeux Road, Central)

15- The Center

(99 Queen’s Road, Central)
               เดอะเซ็นเตอร์ (The Center) เป็นออฟฟิชคอมเพล็กซ์ (Office Complex) ขนาดใหญ่ในย่านเซ็นทรัล โดยสูงเป็นอันดับ 24 ของโลก (346 เมตร) และมีความสวยงามและแปลกตามากเวลาที่มองลงมาจากเดอะพีกในเวลากลางคืนเพราะมันจะเปลี่ยนสีสลับไปมา

16- Pacific Place

(88 Queensway, Central)

17- Lippo Center

(89 Queensway, Central)
               อาคารคู่รูปร่างแปลกตาที่มีความสูงถึง 186 เมตรแห่งนี้ ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกันชื่อว่า “พอล รูดอล์ฟ (Paul Rudolph)” และก่อสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1987 โดยผู้คนขนานนามให้เจ้าลิปโปเซ็นเตอร์ (Lippo Centre-89 Queens way Road) ว่า “เดอะโคอาล่าทรี (The Koala Tree)” เพราะมันมีลักษณะคล้ายกับโคอาล่าเกาะอยู่ข้างตึก และด้วยความสวยงามแถมดีไซน์แปลกตา จึงทำให้ตึกลิปโปกลายเป็นภาพสถาปัตยกรรมที่อยู่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คน

18- Citic Tower

(1 Tim Mei Avenue, Central)

.

.

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

นอกจาก

ตึกระฟ้าต่าง ๆ แล้วในบริเวณเซ็ลทรัลก็ยังมี

“อาคารทางประวัติศาสตร์”

ที่น่าสนใจหลายสถานที่ ซึ่งถ้าสังเกตกันดี ๆ จะเห็นว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปในยุคอาณานิคมแทบทั้งสิ้น  นั่นเพราะเกาะฮ่องกงแห่งนี้ถูกปกครองโดยเครือจักรภพอังกฤษอันเกรียงไกรในสมัยของสมเด็จพรระนางเจ้าวิกตอเรียนั่นเอง

.

.

Hongkong-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-The Legislative Council Building-250

- The Legislative Council Building

(8 Jackson Road, Central)
MTR : Central Exit J1
เก็บภาพแล้วก็ให้เดินทะลุตึกเอชเอสบีซีไปอีกฝั่ง เพื่อชมรัฐสภาฮ่องกง (The Legislative Council Building) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1912 ด้วยฝีมือการออกแบบของเซอร์แอสตัน เว็บบ์ (Sir Aston Webb) สถาปนิกชาวอังกฤษผู้รับผิดชอบงานส่วนหน้าของพระราชวังบักกิงแฮม เพื่อใช้เป็นศาลฎีกา ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นอาคารรัฐสภาในปี ค.ศ.1985 โดยจะเป็นอาคารสไตล์โคโลเนียล มียอดโดมแบบนีโอคลาสสิก
{……………………………………………………………………………………………………}
- St John’s Cathedral
(4-8 Garden Road, Central)
MTR : Central Exit K /
                      ถัดจากทำเนียบรัฐบาลก็จะเป็นโบสถ์เซนต์จอห์น (St.John’s Cathedral) ทรงโคโลเนียลที่ตั้งตระหง่านประจำย่านเซ็นทรัล (ก่อสร้างในปีค.ศ.1849) ซึ่งตัวโบสถ์ได้ถูกใช้จัดพิธีกรรมทางศาสนา จัดงานแต่งงาน งานแสดง และเป็นโรงเรียนในวันอาทิตย์ ส่วนความน่าสนใจนอกจากสถาปัตยกรรมของตัวโบสถ์ ก็คงเป็นงานกระจกสีหรือสเตนด์กลาส (Stained Glass) ที่สวยงาม

Hongkong-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-St John’s Cathedral-

                 {………………………………………………………………………………………………………………………….………}
- Government House
(Upper Albert Road,Central)
MTR : Central Exit K
08.00-20.00 น. วันจันทร์-ศุกร์, 08.00-14.00 น. วันเสาร์ (หยุดวันอาทิตย์)
www.ceo.gov/hk/gh/eng/
อาคารหลังสีขาวที่ล้อมรอบไปด้วยรั้วอันสูงใหญ่แห่งนี้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1851 ตามสไตล์โคโลเนียล ก่อนถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลภายใต้การปกครองของอังกฤษ ต่อมาในช่วงสงครามโลก ญี่ปุ่นได้ยึดฮ่องกงเอาไว้ จึงมีการสั่งให้วิศวกรชาวญี่ปุ่น นามว่า “เซอิชิ ฟูจิมูระ (Seichi Fujimura)” เข้ามาปรับปรุงตัวอาคารบางส่วนให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อเป็นสถานที่บัญชาการทางทหาร และได้คงรูปเดิมมาจนถึงทุกวันนี้ (ปัจจุบันฮ่องกงยังคงใช้ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้อยู่)
{………………}
- Pedder Building
(12 Padder Street, Central)
{………………}
- Central District Police Headquarters
(10 Hollywood Road, Central)
{………………}
Hongkong-เที่ยวฮ่องกง-ฮ่องกง-Court of Final Appeal-

- Court of Final Appeal

อาคารอิฐสีแดงที่มีอายุราว 150 ปี ที่ดูโดดเด่ดเมื่ออยู่ท่ามกลางตึกกระจกอันทันสมัยในย่านเซ็นทรัลของเกาะฮ่องกง สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1868 เพื่อใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลในยุคของอังกฤษ และปัจจุบันทำหน้าที่เป็นที่ทำการศาล โดย Court of Final Appeal อยู่ใกล้ ๆ กับตึก HSBC

 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สถานที่ท่องเที่ยว

ย่านใจกลางเกาะฮ่องกง

.

>> วิคตอเรีย พีค (ยอดเขาเดอะพีค) – The Peak

สถานที่ท่องเที่ยวที่ “ต้องมา” อีกแห่งหนึ่งของเกาะฮ่องกง คือ เดอะพีค ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาะฮ่องกง และวิวจากเดอะพีคยังเป็น “วิวชมเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย” ของหนังสือท่องเที่ยวหลายเล่มอีกด้วย The Peak นั้นแต่เดิมก็สร้างมาเพื่อเป็นจุดชมวิวมาตั้งแต่ยุคอาณานิคมแล้ว แต่ยังไม่ยิ่งใหญ่เท่าปัจจุบันซึ่งมีอาคารซึ่งประกอบด้วยร้านค้า ของที่ระลึก ร้านอาหาร และอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่น่าสนใจ

Hongkong-เที่ยวฮ่องกง

การเดินทาง

MTR : Central Exit A  จากนั้น
1.เดินจากบริเวณท่าเรือ หรือตั้งต้นแถว ๆ Bank of China ก็ได้ เดินตามป้ายมาได้เลยมีบอกตลอดทางโดยจะผ่าน ถนน Garden ,โบสถ์ St.John Cathedral จะอยูเยื้อง ๆ ฝั่งตรงกันข้ามเลย ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที
2.ออกจากสถานีรถไฟ จากนั้นไปที่ท่าเรือสตาร์เฟอร์รี เพื่อมานั่งรถบัสสาย 15C ไปลงที่ Peak Tram (ได้นั่ง Peak Tram ขึ้นไป)
3.ออกจากสถานีรถไฟ จากนั้นไปที่ท่าเรือสตาร์เฟอร์รี นั่งรถบัสประจำทางสาย 15 ไปเดอะพีกเลย ค่าโดยสาร 10 HK$
www.thepeak.com.hk

The Peak ประกอบด้วย

1. The Peak Tram Historical Gallery

สำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วรถรางขึ้นเดอะพีก ถ้าต่อแถวชิดริมขวาเข้าไว้ก็จะได้ชมแกลเลอรีขนาดเล็ก ซึ่งจัดแสดงแบบจำลองตู้โดยสารของรถรางตั้งแต่รุ่นแรกที่ซื้อมาในปี ค.ศ. 1926, เครื่องขับเคลื่อนพลังไอน้ำที่ปลดระวางแล้ว, ตั๋วโดยสารและเครื่องเจาะตั๋วรุ่นเก่า ฯลฯ แบบไม่เสียเงินเลย
.

2. พีกแทรม (Peak Tram)

รถรางที่สร้างความหวาดเสียวได้ดีทีเดียว และเป็นพาหนะเก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 เดิมใช้พลังงานไอน้ำ มาเป็น ระบบเกียร์ไฟฟ้า แล้วมาเป็น ควบคุมด้วยระบบไมโครโพรเซสเซอร์ โดยมีระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ปัจจุบันได้นำขบวนรถดั้งเดิมมาแสดงให้ดูด้วยคันสีเขียว ๆ
.

3.เดอะพีกแอนด์พีกทาวเวอร์ (The Peak Tower)

ตึกขนาด 7 ชั้น ดูไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นรูปอะไร?? ออกแบบโดย Terry Farrell สถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างเสร็จในปี ค.ศ 1997 โดยการวางตัวอาคารตามแนวภูเขาและมีความสูงที่ระดับภูเขาที่ 428 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล จึงทำให้จุดชมวิวบนอาคารแห่งนี้จึงมีชื่อว่า “Sky Terrace 428”  โดยภายในมีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านจำหน่ายสินค้าประเภทต่าง ๆ ,
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทูสโซส์ (Madame Tussaud’s), ร้านอาหารนานาชาติและร้านดังของฮ่องกง อย่างมักส์นู้ดเดิลส์ (Mak’s Noodles และ Sky Terrace 428
.

4. The Peak Trail

หลังเที่ยวชมเดอะพีกจนครบทุกจุดแล้ว ถ้าคุณยังพอมีเวลาและอยากสัมผัสทัศนียภาพของฮ่องกงในมุมอื่น ๆ จากบนเขาแห่งนี้ มดขอเสนอเส้นทางเดินเขาเดอะพีก (The Peak Trail) ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ของบ้านพักข้าราชการก่อนถูกทหารญี่ปุ่นเผาทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนปัจจุบันเหลือเพียงสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเท่านั้นค่ะ
โดยเส้นทางเดินจะมีสองช่วง ช่วงแรกเริ่มจากทางตอนใต้ของถนนฮาร์เลช (Harlech Road) เรื่อยมาจนถึงทางตอนเหนือของถนนลูการ์ด (Lugard Road) ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนอีกช่วงเป็นทางเดินต่อไปยังถนนพีก (Peak Road) ผ่านอ่างเก็บน้ำ ก่อนไปสิ้นสุดที่สวนบริเวณถนนพกฟูลัมรีเซอร์เวอร์ (Pok Fu Lam Reservoir Road) โดยใช้เวลาเดินเพิ่มอีกราว 2 ชั่วโมง (จากบริเวณนี้คุณสามารถนั่งรถบัสประจำทางสาย 7 กลับไปย่านเซ็นทรัลได้)
.

5.เดอะพีค แกลเลอเรีย -The Peak Galleria

อาคารสำหรับช้อปปิ้งบนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 400 เมตร มีร้านค้าหลากหลาย สินค้าไลฟ์สไตล์เก๋ไก๋ สินค้าพวกเก็ตเจ็ดต่าง ๆ จิวเวอรี่ สินค้าหัตถกรรม ร้านอาหาร  โดยมี Zone ที่เรียกว่า Green Terrace ที่มีกล้องโทรทรรศน์ที่ไว้สำหรับดูวิวอ่าววิกตอเรียให้บริการฟรีด้วยครับ
.

ประเภทตั๋วของ The Peak Tower

.

ประเภทตั๋ว

เที่ยว

ผู้ใหญ่

เด็ก (3-11ปี)และ
ผู้สูงอายุ (65ปี +)
  ตั๋วเฉพาะรถราง – Peak Tram
ตั๋วเที่ยวเดียว
28 HK$
11 HK$
ตั๋วไป – กลับ
40 HK$
18 HK$
  ตั๋วเฉพาะดาดฟ้าชมวิว- Sky Terrace 428
 -
40 HK$
20 HK$
  ตั๋วเฉพาะ Madame Tussauds
 -
170 HK$
100 HK$
  ตั๋ว Peak Tram Sky Pass
  (Peak Tram + Sky Terrace 428)
ตั๋วเที่ยวเดียว
63 HK$
29 HK$
ตั๋วไป – กลับ
75 HK$
36 HK$
  ตั๋ว2-in-1 Combo
  (Peak Tram + Madame Tussauds)
ตั๋วไป – กลับ
230 HK$
138 HK$
  ตั๋ว3-in-1 Combo
  (Peak Tram + Madame Tussauds + Sky Terrace 428)
ตั๋วไป – กลับ
270 HK$
158 HK$
.

เวลาให้บริการ

Peak Tram : ทุกวัน07.00-24.00 น. รถออกทุก 15 นาที
Sky Terrace 428 : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-23.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-23.00 น.
Madame Tussauds : ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

 

 
Save on your hotel - www.hotelscombined.com