Kuala Lumpur-Malaysia1Kuala Lumpur-Malaysia1
68100

Kuala Lumpur-Malaysia1

Location : Kuala Lumpur – MALAYSIA
Date : 21-11-2008
Photography : แมวพเนจร
My Gear : Canon EOS 450D Lens Canon EF-S 18-55 f/3.5-5.6 is

EP_1: Kuala Lumpur-Malaysia

EP_2: Kuala Lumpur-Malaysia

EP_3: Kuala Lumpur-Malaysia

การได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศสักประเทศหนึ่งนั้น สำหรับคนที่แทบไม่มีเงิน ไม่มีอะไร support เรื่องค่าเดินทางเลย ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีมากๆ ที่โอกาสได้มาลอยอยู่ตรงหน้า บางที่แอบคิดว่า มันคงไม่ใช่โชค ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แน่นอน แต่สำหรับฉัน ไม่เคยคิดเคยหวังจะได้ไปต่างประเทศเลยสักครั้ง แต่กลับโชคดีได้มีโอกาสดีๆแบบนี้ แม้ใจจริงจะมีความกลัวแอบแฝงอยู่ภายใน การที่ได้มีโอกาสเดินทางไปครั้งนี้ เพราะว่าต้องไปดูงาน ซึ่งบริษัทพาไป และสนับสนุนค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พักทั้งหมด โดยมีเจ้านายไปด้วย และเพื่อนพี่ๆน้องๆในบริษัทเดินทางไปด้วยกัน เรื่องตื่นเต้นย่อมมีเป็นธรรมดา การได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก…ขอบอกว่า กลัวมากๆ เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นโรคกลัวความสูง และเครื่องบิน เคยคิดว่าจะไม่ยอมขึ้นเครื่องบินเด็ดขาด แต่เมื่อมามีเหตุจำเป็นแบบนี้ ก็แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้… เลยต้องพกความกลัว ติดตัวไปด้วยตลอดที่ขึ้นเครื่อง…. ทั้งตื่นเต้นหวาดเสียวอย่าบอกใคร !!!

Malaysia

Malaysia

เที่ยวบินของเรา ออกประมาณเ10 โมงเช้า ซึ่งไปถึงประมาณบ่าย กว่าๆ โดยอาศัยการเดินทาง โดยเครื่องบิน สีแดง ปีกแดง ของ Air Asia… วินาทีที่ล้อเครื่อง พ้นพื้น Runway ของสนามบินนั้น… ใจคอตกไปอย่าตาตุ่ม นั่งภาวนานึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5555 คนมันไม่เคย และไม่คิดจะนั่งเครื่องบิน อาการ ลนลาน หายใจไม่ออกก็เลยเข้ามาแทนที่ สิ่งแรกที่มีผลกระทบทางด้านร่างกายคือ หูอื้อ และปวดหู ปวดหัวมาก แถมชาไปทั้งตัว เนื่องจาก ร่างกายอยู่ในช่วงปรับสภาพตามความดันอากาศ ยิ่งสูงยิ่งทรมานสังขารยิ่งนัก…อยากกลับบ้าน …. เห้อออ ต่อไปหวังว่าคงไม่ต้องขึ้นเครื่องอีกน่ะ… แต่สิ่งที่พอจะทำให้เบี่ยงเบนความกลัวได้ก็คือ วิวทิวทัศน์ ข้างล่างพื้นโลก และก้อนเมฆ ม่านท้องฟ้าสีครามนั้น มันมาลอยอยู่ตรงหน้า อยากจะบอกว่า ” โอ้ยยย…สวยจังเลยย..” นี่เราไม่ได้ตาฝาดหรือนี่ ..นี่เรากำลังอยู่บนท้องฟ้าใช่ไหม เห็นปุยเมฆ มากมาย กำลังทักทายฉันอย่างเป็นกันเอง เพราะว่าตอนนั้นฟ้าสวยมาก เมฆ ก็เป็นก้อน ตีเป็นภาพ หลายภาพ หลายรูปร่างได้มากมาย…. ฉันนั่งยิ้มอย่างสุขใจ เก็บภาพเป็นครั้งแรกของชีวิต… เพราะคิดว่า นี่เป็นโอกาสเดียวแล้วมั้ง ที่จะได้นั่งเครื่องบินเดินทางไกลขนาดนี้ ถ้านี่คือจักรวาล ฉันก็คงเป็นเพียงแค่ก้อนหิน ฝุ่นอากาศ ที่ล่องลอย อยู่ท่ามกลางความสวยงาม ของโลก… หรืออาจจะเป็นนกน้อย ในสายลม บินเล่นอยู่ที่ใดสักที่บนฟ้าสีคราม

Malaysia

การเดินทางช่วงที่ผ่านพ้นความสวยงาม แล้วเพิ่มความสูงไปเรื่อยๆ เป็นช่วงที่ต้องหลับตานิ่งๆ บางทีก็ลืมตาดูว่ามีอะไรสวยงามนอกหน้าตาบ้าง เวลาล่วงเลยไป 2-3 ชั่วโมง เครื่องค่อยๆลดระดับลงเพื่อลงสู่สนามบินที่มาเลเซีย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ร่างกายแทบระเบิด 55555 แบบว่า ปวดหูมาก นึกถึงสภาพเลยถ้าไปอยู่นอกโลก แล้วขาดเครื่องมือ หรือเกิดมีข้อบกพร่องกะทันหัน….มีตายกับตายเท่านั้น ภาพที่เห็นข้างล่างที่ประเทศมาเลเซีย คือเป็นไร่ปาล์มกินพื้นที่แผ่กว้าง สลับกับทิวเขา ไปจนสุดลูกหูลูกตา มันสวยมาก ทรัพยากรประเทศเขาถือว่าสมบูรณ์มาก
ปาล์ม ถือเป็นพืชเศรษฐกิจของมาเลเซียเลยทีเดียว… เรามาถึงสนามบินที่ประเทศมาเลเซีย ตอนบ่ายกว่าๆ เป็นสนามบินนอกเมือง มีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับสนามบินสุวรรณภูมิของบ้านเรา ผู้โดยสารที่รอตรวจเอกสาร นั้นส่วนมากเป็นคนจีนและแขก ภายนอกสนามบินที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากตรวจเอกสารต่างๆ เรียบร้อย ก็เดินออกมารอรถ ซึ่งรอคนมารับ ซึ่งเป็นคนที่เจ้านายรู้จัก เพราะเจ้านายมาบ่อย

Malaysia

Malaysia

เมื่อคนขับรถซึ่งเป็นคนที่ประเทศมาเลย์ เรียกว่าเป็นหน้าตาเป็นแขกมาเลย์เลย พี่คนขับ ชื่อ ที่จำได้ ก็คือ ” ราชุส์ ” เป็นชายผิวสีดำ หน้าเป็นแขกมาเลย์ เราต้องนั่งรถที่พี่แก เป็นคนขับ เจ้านายแยกไปนั่งอีกคัน แกอัธยาศัยดี พูดภาษาอังกฤษคล่อง เล่านั้นเล่านี่ ให้พวกเราได้ฟัง ถือเป็นเรื่องดี ที่การพบคนแปลกหน้าครั้งแรกนั้น เขาดูแลเอาใจใส่ และเป็นคนกันเองกับพวกเรามากๆ… เห็นหน้าดุๆ นึกว่า จะดุ ไม่กล้าคุยด้วยเลย ฮ้าๆๆๆ พี่ราชุส์ ขับรถออกจากสนามบินเพื่อพาพวกเราเข้าที่พัก ซึ่งอยู่ในเมือง ” Kuala Lumpur ” …ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมาเลเซีย สนามบินตั้งอยู่นอกเมืองค่อนข้างไกลนิดนึง เลยได้เห็นวิวสองข้างทาง ทุ่งหญ้าต้นไม้ เขียวสด ตัดกับท้องฟ้า ช่างดูสดชื่น และสดใส สวยงามมากเลย… เราก็เลยเก็บภาพมาฝาก ระหว่างทางนั่งรถเข้าเมืองหลวง Kuala Lumpur

Malaysia

เมื่อรถมาถึงในเมือง Kuala Lumpur…ซึ่งตึกรามอาคารต่างๆ ก็ไม่ได้แตกต่างจากกรุงเทพมาหานคร เมืองฟ้าอมรสักเท่าไร แต่สิ่งที่แตกต่างคือ รถไม่ติด มีระเบียบวินัยกันมาก แถมยังไม่มีร้านค้า ริมทางเดินอีก ดูสภาพบ้านเมืองแล้ว ต้องเรียกว่าเจริญมากเลยล่ะ .. ความเจริญที่เราว่า ไม่ได้วัดที่วัตถุตึกสวยงาม ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่มีเครื่องวัดอีกอย่างคือ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง การเคารพกฎหมายอย่างจริงจังของผู้คน…แม้แต่เศษขยะแทบไม่มีให้เห็นเลย เห็นแล้วอยากให้ประเทศไทยเรา มีแต่ผู้คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งบ้าง แม้แต่เรื่องง่ายๆ การเคารพกฎจราจร ยังทำไม่ค่อยได้เลย… แล้วเราจะเรียกว่าบ้านเมืองเรา เจริญแล้วหรือยัง… ในเมื่อคุณภาพของคน ยังไม่สามารถพัฒนาแม้แต่เรื่องเล็กๆนี้ได้เลย….เห้ออ!!!

Malaysia

เรามาถึงที่พักในช่วงบ่าย 2 ได้มั้ง… ระหว่างที่รอให้เจ้านายติดต่อ เช็คอิน เข้าที่พัก เรากับเพื่อนๆก็เริ่มภารกิจถ่ายภาพภายในโรงแรม ซึ่งเป็นการทำงานอย่างนึงในสายงานของเรา แต่ที่พักดูจากสภาพแล้วค่อนข้างเป็นโรงแรมเก่าในเมืองเหมือนกัน ดูจากรูปแบบ การดีไซน์ ต่างๆแล้ว ก็ถือว่าสร้างมานานพอสมควร ตลอดเวลาที่เราอยู่ในประเทศนี้ เราต้องพักอยู่ที่นี่ตลอดการเดินทาง ที่ โรงแรม ” Lanson Place ” นั่นเอง….

Malaysia

Malaysia

Malaysia (3)

เมื่อเก็บสัมภาระ เรียบร้อย ก็ได้เวลาไปหาข้าวกินแล้ววว…เย้ๆ บ่าย 4 ตั้งแต่เช้า เที่ยง บ่าย… ข้าวยังไม่ตกถึงท้องเราเลย…หิวมากก แต่ก็ต้องทน เพราะที่นี่ไม่ใช่เมืองเรา ไม่รู้จัก ต้องรอเจ้านายพาไป…555 ช่วงที่เรานั่งรถตามเจ้านายไป ได้ผ่านสถานที่มากมาย ได้เห็นวิถีชีวิตของคนมาเลย์ ได้เห็นสภาพบ้านเมืองใหญ่ของเขา ดูแล้วไม่ค่อยวุ่นวายเลย เรียบง่ายสงบ เรียบร้อย มีระเบียบ บางช่วงที่ผ่านก็เป็นบ้านเรือน ตึกเก่า ที่ยังคงอนุรักษ์กันอยู่ แต่แปลกน่ะตรงที่ไปไหนๆก็เจอ แต่ป้าย CANON เต็มไปหมด… ฐานผลิตอยู่ที่นี่เหรอองัยเนี่ยย ฮ้าๆๆ

Malaysia

Malaysia

Malaysia

ตอนช่วงที่นั่งรถผ่าน Pudu Jail พี่คนขับได้ชี้ให้ดูว่านี่เป็น คุกเก่าใจกลาง KL ที่เขายังเก็บเอาไว้อยู่ แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว… มองจากสภาพแล้วน่ากลัว ยังงัยบอกไม่ถูก การลงโทษตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย คงน่ากลัวไม่ใช่น้อยในสมัยก่อน เราจึงได้รับรู้สัมผัสได้ถึง ความน่ากลััว อะไรสักอย่าง แต่มีเรื่องมากมายสำหรับความน่าสะพรึงกลัว ความเฮี้ยนที่ คุกเก่าแห่งนี้ ซึ่งถือว่า เป็นสถานที่น่ากลัวแห่งหนึ่ง….ตามที่มีคนเล่ามา …
นั่งรถผ่าน ถ่ายด้านนอก ของกำแพง คุกเก่าแก่ Pudu Pudu สร้างขึ้นในปี คศ 1891 คุกถูก สร้างขึ้นในขั้นตอนโดยรัฐบาลอังกฤษ ในยุคอาณานิคมและแล้วเสร็จใน 1895

Malaysia

Malaysia

มื้อแรกของวันนั้นเป็นร้านอาหารจีน ซึ่งตอนนั้นหิวมาก กินอะไรก็อร่อยไปหมด 5555 เรียกว่ากินกันแทบไม่ได้คุย ขอท้องอิ่มก่อนแล้วปากค่อยขยับคุย ฮ้าๆๆ อาหารจีนยังพอไหว อาหารแขกคงไม่แน่ใจว่ากินได้เปล่า แต่จะมีอาหารชาติไหน สู้อาหารไทยได้เป็นไม่มี…. ตอนนี้คิดถึงต้มยำแซ้บๆ อาหารเผ็ดๆ เป็นอย่างมาก… ต้องเรียกว่า ” Thailand Only ” รึเปล่าถึงจะถูก 5555 ร้านนี้ถ้าอ่านตามป้ายที่เป็นภาษาอังกฤษ ” Ah Koong ” ชื่อร้าน อาคุง รึเปล่า….แต่ก็อร่อยดีน่ะ อิอิ

 

Malaysia

Malaysia

Malaysia

หลังกินอิ่ม เจ้านายก็มาปล่อยให้เราเดินดู เมืองKL เล่น รถพี่คนขับมาจอดตรงหน้าตึก Petronas Twin Towers ซึ่งแต่ก่อนเป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก… ข้อมูลประวัติคร่าวๆสักนิด คือ ตึกแฝด Petronas Twin Towers ตั้งอยู่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย มีความสูงถึง 452 เมตร หรือสูงกว่าตึกใบหยกบ้านเรา 148 เมตร ออกแบบโดยชาวอเมริกัน Cesar Pelli ก่อสร้างโดยบริษัทจากญี่ปุ่น และบริษัทเกาหลี รับผิดชอบกันคนละตึก และต่างก็ต้องแข่งขันกันด้วย เพราะหากใครสร้างเสร็จก่อน ก็จะเป็นผู้สร้างสะพานเชื่อมตึกทั้งสองในชั้นที่ 42 ปรากฏว่าแรกๆเกาหลีสร้างได้เร็วมาก แต่หลังจากญี่ปุ่นตั้งหลักได้ ก็แซงเกาหลีและเสร็จก่อนประมาณ 1 เดือน…

Malaysia

Malaysia

เจ้านายปล่อยให้เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ผ่านห้างร้าน สรรพสินค้า ผ่านร้านรวง ผับบาร์ในเมืองหลวงของมาเลเซีย สภาพแวดล้อม ผู้คน ซึ่งตอนนี้หลังจากผ่านช่วงเวลากลางวันไปแล้ว สภาพการจราจร ก็ไม่ต่างจากเมืองหลวงของกรุงเทพในช่วงหัวค่ำเท่าไร คือหลังจากผู้คนเลิกงาน ตามแยก ตามถนนใหญ่ต่างๆ ที่เราเดินผ่าน และรอข้ามแยกตรงจุดต่าง ของไฟสัญญาณจราจร… รถติดไม่เบาเหมือนกัน ยังงัยก็น้อยกว่ากรุงเทพ แน่นอน เมืองหลวงทุกประเทศนี่ รถต้องติดเหมือนกันหมดรึเปล่า… เดินไปเรื่อยๆจนค่ำ เราและเพื่อนร่วมงาน เดินผ่านถนนแห่งหนึ่ง เมื่อมองไปจากทางด้านซ้ายมือ ก็จะเห็นตึกแฝด Petronas เปิดไฟสวยงาม ตั้งสูงเด่นเป็นตระหง่าน ท่ามกลางความมืด บนท้องฟ้า กำลังไฟของตึกแฝดนี้ ทำให้บริเวณ โดยรอบตึกบนท้องฟ้า สว่างกระจ่างไปด้วยแสงสว่างรอบๆ บนสุดที่ระฟ้าของตึก

Malaysia

Malaysia

Malaysia

Malaysia

Malaysia

Malaysia

เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เจ้านายก็โทรมาบอก.. ให้มาเจอกันที่ร้านภัตตาคารอาหารจีน ซึ่งจะมีพี่คนขับมารับเช่นเดิม แค่บอกพิกัดไป… อาหารมือค่ำวันนี้เลยหรูอลังการหน่อย… เป็นอาหารจีนนาๆชนิด กินกันอิ่มเลย…. หลังจากอิ่มกันแล้ว ก็ประมาณ 5ทุ่มกว่า เจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำวันนั้นซึ่งเป็นเพื่อนเจ้านาย ก็พามาดูสถานที่ท่องเที่ยว ผับไฮโซ ที่ดังสุดในนั้นเมืองMalaysia

Malaysia

เนื่องจากเพื่อนเจ้านายเป็นผู้มีอิทธิพล..เป็นเจ้าของที่ในถนนแห่งหนึ่งทั้งหมด แล้วตลอดเส้นถนนแห่งนั้น เป็นผับทั้งหมด ที่มีคนมาเช่า ผ่านร้านไหน ๆ ก็มีคนทักทายแกตลอดเส้นถนน… นี่เราเดิน มากับผู้มีอิทธิพลในเมืองหลวง มาเล รึเนี่ยย 5555 เมื่อมาถึงผับใหญ่ ไฮโซทั้งสถานที่ ดีไซน์ และแขกที่มา แกก็พาพวกเราเด็กน้อยดูตามที่ต่างๆ….ซึ่งถือเป็นงานของพวกเราแล้ว แต่ถือว่าออกแบบได้ดีทีเดียว…. เมื่อดูเสร็จ ก็มานั่งโต๊ะหน้าร้าน มีทั้งเหล้าเบียร์ น้ำขนม มาบริการพวกเรา แต่พวกเราเด็กน้อย 555…ไม่ใช่หรอก อาจเพราะเกร็งๆกัน เลยดื่มแค่น้ำโค้กพอ แล้วเราก็ง่วงมากด้วย เลยแอบสัปหงกตรงโต๊ะ 555 พอเที่ยงคืน ก็ได้กลับ ที่พักสักที… วันนั้น ทั้งการเดินทาง อาหารการกิน ทำเราเหนื่อยง่วงมากมาย…

 

Malaysia