โตเกียว EP6 : สถานี Ueno / Asakusa / Oshiageโตเกียว EP6 : สถานี Ueno / Asakusa / Oshiage
100100

โตเกียว EP6 : สถานี Ueno / Asakusa / Oshiage

Tokyo Metro Map

โตเกียว-เที่ยวญี่ปุ่น-Tokyo japan-1

เขตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและร่องรอยแห่งหน้าประวัติศาสตร์ของเมืองโตเกียวที่กระจุกตัวอยู่ในสวนสวยอย่างสวนสาธารณะ Ueno สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์,วัดและสวนสัตว์ เหมาะกับการท่องเที่ยวของครอบครัว หรือแม้ย่านดาว์ทาวน์อย่าง Ameyoko ที่นับวันก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นจากชื่อเสียงเรื่องความเป็นตลาดพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์

.

หาข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่ : http://www.japan-guide.com/e/e3019.html

การเดินทาง- Ueno-โตเกียว

Ueno Park Map

สวน UENO

Ueno Park

สวน UENO-23-1 copy

Ueno Park

สวนสาธารณะอุเอโนะ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กว้างขวาง มีสระน้ำไว้ให้พายเรือ ชมนกชมไม้โดยเฉพาะสวนสาธารณะอุเอโนะแห่งนี้มีต้นซากุระกว่า 50 สายพันธุ์  ซึ่งเมื่อฤดูใบไม้ผลิหรือในเทศกาลชมดอกไม้(ฮานามิ) ที่นี้จะสดใสหวานแหววด้วยเชดสีขาวไปจนถึงชมพูเข้มให้ได้ชื่มชมทางสายตาและครึกครื้นไปด้วยการเฉลิมฉลองตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลใด ๆ ที่นี้ก็มีสิ่งน่าสนใจมากมายครับ
>> รูปปั้นไซโง ตะกะโมะริหรือที่รู้จักในนามของ The Last Samurai ที่ Hollywood มาทำหนังนำแสดงโดย ทอม ครูซ

สวน UENO

วัดในสวนสาธารณะ Ueno Park

>> ศาลเจ้าในสวน  Ueno

ในสวน Ueno มีทั้งวัดศาลเจ้าและวัดอยู่หลายแห่งเลยครับและรอบ ๆ สวนก็รายล้อมไปด้วยวัดเลยครับ รวม ๆ กันแล้วคงราว ๆ 10 แห่งได้ โดยเฉพาะในสวนที่ได้รับความนิยมก็คือ

1.ศาลเจ้าโทโชกุ – Toshogu Jinja

ศาลเจ้าโทโชคุแห่งสวนอุเอโนะแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นของเดิมแต่โบราณมาเลยทีเดียว
ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1627 โดยขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ชื่อ โทโด ทาคาโทระ (Todo Takatora)
เพื่อเป็นเกียรติแด่ โทคุกาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) โชกุนคนแรกของราชวงศ์โทคุกาวะ
ซึ่งศาลเจ้านี้ก็ได้รอดพ้นจากการทิ้งบอมบ์ รอดพ้นจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
และตั้งตระหง่านอย่างสง่างามมาได้จนถึงทุกวันนี้ (ชาวญี่ปุ่นเองก็ยังสงสัย เอ๊ะ รอดมาได้ไง -*-)
คำว่า “โทโชคุ” นั้น แปลเป็นไทยได้ว่า “แสงจากทิศตะวันออก”
ซึ่งไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะ ถ้าไปเที่ยวที่จังหวัดไหนๆแล้วก็จะเจอแต่ศาลเจ้าโทโชคุเต็มไปหมด
ทั่วประเทศญี่ปุ่น ศาลเจ้าโทโชคุมีมากถึง 200 กว่าแห่ง
ซึ่งแต่ละที่ถึงแม้หน้าตา และสถาปัตยกรรมอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่
แต่จุดประสงค์ในการสร้างขึ้นก็เป็นหนึ่งเดียวค่ะ ซึ่งก็คือ “การบูชาอิเอยาสุดุจดั่งเทพเจ้า” นั่นเองครับ
ที่ตั้ง:ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสวนอุเอโนะ

2.วัดคิโยมิสุ คันนันโดะ-Kiyomizu Kannondo Temple

เป็นวัดเล็กๆแต่เก่าแก่ที่สุดวัดนึงในโตเกียว วัดนี้สร้างตามแบบวัดชื่อดังในเกียวโตคือวัด Kiyomizu เพียวแต่ขนาดเล็กกว่า วัด Kiyomizu ที่อุเอโนะนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเพราะอยู่รอดปลอดภัยผ่านสงครามในช่วงการปฎิรูปเมจิและสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ นอกจากนี้สตรีที่อยากมีบุตรนิยมมาบนบานกันที่วัดนี้ด้วยครับ

3.วัดเบนเทนโด้ - Shinobazu Bentendo

วัด Bentendo อยู่บริเวณตรงกลางสระน้ำ โดยวัดมีรูปทรง 8 เหลี่ยมซึ่งตั้งอยู่กลางสระ Shinobazu พอดิบพอดี วัดนี้สร้างเพื่ออุทิศถึงเทพี Benzaiten หือ พระสุรัสวดี(พระอุมาเทวี) ในศาสนาฮินดู โดยเป็นเทพีแห่งปัญญา ดนตรี ศิลปะ และสายน้ำ และความโชคดีแต่ในช่วงสงครามวัดได้รับความเสียหายอย่างหนักจากไฟไหม้ โดยวัดที่เห็นในปัจจุบันเป็นการบูรณะขึ้นใหม่ในปี พ.ศ 2501
ช่วงหน้าหนาวนี่มีนักดูนกมาปักหลักถ่ายรูปกันที่วัดนี้เป็นกลุ่ม ในสระมีทั้งเป็ดน้อยลอยคอและนกบินไปมาสารพัดนกครับ

เจดีย์ 5 ชั้น ของวัดคาเนจิ - Kaneji Temple

Kiyomizu Kannondo Temple

>> สวนสัตว์ในสวน Ueno

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Ueno Zoo

สวนสัตว์แห่งแรกในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสวนอุเอโนะ
สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ 2425 อายุกว่า 130 ปีเป็นสวนสัตว์ที่มีขนาดประมาณ 140,000 ตรม. ภายในมีสัตว์ต่าง ๆมากมายอาทิ สิงโต ช้าง ยีราฟ โอคาปิ  เพวกวินและที่เป็นไฮไลท์ก็คือแพนด้าครับ โดยในสวนสัตว์ยังมีวัด Kaneiji และ เจดีย์ 5 ชั้น อีกด้วยครับ
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสวนอุเอโนะ
เวลาทำการ: 09.30-17.00 น. ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม: บุคคลทั่วไป 600 เยน, เด็กเล็ก เข้าฟรี

Ueno Park-Japan-Tokyo

.

.

>>พิพิธภัณฑ์ในสวน Ueno

พิพิธภัณฑ์ในสวน Ueno Park-Tokyo

1.Tokyo Metropolitan Art Museum – พิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียว

หอศิลป์ขนาดใหญ่ ภายในแบ่งซอยย่อยออกเป็น 6 ห้อง มีศิลปะทุกแขนงหมุนเวียนจัดแสดงกันไป ทั้งญี่ปุ่นหรือต่างชาติ บางงานเปิดให้เข้าชมกันได้ฟรี ๆ
เปิดให้บริการในวันที่ 1 พ.ค 2469 ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการหาสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาจัดแสดงได้อย่างต่อเนื่อง โดยคนมักเรียกพิพิธภัณฑ์ว่า “พิพิธภัณฑ์ของ Ueno” โดยมีทั้งการจัดแสดงนิทรรศการและการบรรยายเกี่ยวกับงานศิลปะ และห้องสมุดที่อัดแน่นด้วยหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารด้วยครับ
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสวนสัตว์ Ueno
เวลาทำการ : 09:30-17.30 น.,วันศุกร์ 09:30-20.00 น. ปิดวันจันทร์ที่ 1,3 ของเดือน
ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับนิทรรศการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

พิพิธภัณฑ์ในสวน Ueno Park-Tokyo-1

2.พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ-The National Museum of Western Art

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติที่บริหารจัดการโดยองค์การของรัฐที่เป็นอิสระ ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะตะวันตกตั้งแต่ยุคกลางถึงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเน้นที่คอลเลคชั่นผลงานของ Matsukata Kojiro เป็นหลัก และผลงานศิลปะสมัยใหม่ของจิตรกรชื่อดังในยุโรปอย่าง Rodin, Monet,Renoir มีสถานที่จัดแสดงผลงานถาวรอยู่ที่อาคารหลักและในสวนด้านหน้า โดยในแต่ละปียังมีนิทรรศการพิเศษหมุนเวียนมาจัดแสดงเพิ่มเติมอีกด้วย
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของสวนอุเอโนะ ติดกับสถานี JR Ueno
เวลาทำการ : 09:30-17.30 น.,วันศุกร์ 09:30-20.00 น. ปิดวันจันทร์ที่ 1,3 ของเดือน
ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับนิทรรศการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3.พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ-Nation Museum of Nature and Science

จัดแสดงเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของหมู่เกาะญี่ปุ่นรวมถึงความเปลี่ยนแปลงไปของโลกและการสำราจอวกาศ แบ่งออกเป็น

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ-Nation Museum of Nature and Science

>> อาคาร Nihonkan ที่แสดงวัตถุพอย่างเช่น ธรรมชาติของญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่จำลองมาได้อย่างสมจริงสมจัง
>> อาคาร Chikyukan จัดแสดงผลงานวิจัยใหม่ล่สุดของไดโนเสาและสิ่งมีชีวิตในอากาศ พร้อมพบประสบการณ์ภาพยนต์ 360 อาศสในระบบ 3 มิติ ภายในโดมเส้นผ่าศูนย์กลาง 12.8 เมตร เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวมาก ๆ ครับ
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสวนอุเอโนะ
เวลาทำการ: วันอังคาร-พฤหัสบดี 09:00-17.00 น.,วันศุกร์ 09:30-20:00 น.ปิดทุกวันจันทร์ 
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4.พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว -Tokyo National Museum

นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของญี่ปุ่นภายใต้สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในยุก Meiji โดยจัดแสดงผลงานศิลปะและวัตถุทางโบราณคดีจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกทั้งหมดกว่า 110,000 ชิ้น โดยเป็นสมบัติของประเทศ 91 ชิ้นและสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกมากกว่า600 ชิ้น ได้รับการปรับปรุงใหม่ในเดือน เมษายน 2555 ภายในอาคารแสดงหลัก
ส่วนอาคารเอเชีย จัดแสดงงานศิลปะที่มาจากซีกโลกตะวันออก เช่น ในเอเชีย และ อียิปต์  อีกบริเวณที่น่าสนใจก็คือสวนจำลองในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงตรงบริเวณทางทิศเหนือของอาคารหลัก โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการเยี่ยมชม
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสวนอุเอโนะ
เวลาทำการ: วันอังคาร-พฤหัสบดี 09:30-17.30 น.,วันศุกร์ 09:30-20:00 น.ปิดทุกวันจันทร์ 
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน และวันเสาร์ที่ 2,4 ของเดือนเข้าฟรี
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำกรุง Tokyo-2

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำกรุง Tokyo-3 copy

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำกรุง Tokyo copy

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำกรุง Tokyo-1

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำกรุง Tokyo-4

——————————————————————————————————————————————————————————

>> ย่าน Ameyoko – Ueno

ตลาด ameyoko

// Ameyoko (アメ横)

เช้า ๆ การมาหาอะไรกินแถว ๆ ตลาด Ameyoko ทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบวิถีชาวบ้านมากกว่าตลาดในที่อื่นของโตเกียว ด้วยถนนร้านค้าแผงลอยกว่า 500 ร้าน มีทุกอย่างทั้งของสด ของแห้ง ผลไม้ อาหารทะเล ขนม เสื้อผ้า รองเท้าผ้าใบ กระเป๋า เครื่องประดับ ซึ่งไม่ว่าอะไรก็ขึ้นชื่อในเรื่องราคาถูกย่อมเยากว่าที่อื่นอีกด้วย ย่านร้านค้าแบบตลาดสดของชาวบ้านถือกำเนิดขึ้นภายหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทอดยาวเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร อยู่ระหว่างสถานี JR Ueno กับ สถานี Okachimachi ถ้าจะเทียบกับบ้านเราก็กึ่งๆ ระหว่างจตุจักรกับสำเพ็งละกันครับ ของจะเป็นเกรดล่างๆ หน่อย มีร้านอาหารตามทาง, เกมเซ็นเตอร์ มีกระทั่งร้านพวก Sex Shop ครับ โดยปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทั้งเรียบง่ายและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
รถไฟฟ้าสถานี : สถานี Ueno / Ginza line ทางออก 5b

// Takeya -  ห้างทาเคยะ

Takeya -  ห้างทาเคยะ

หากยัง Shopping ไม่จุใจกัน ผมขอแนะนำตึกม่วงในตำนานซึ่งสามารถเดินจากตลาดอะเมะโยโกะ ไปหาซื้อของจำพวกของฝากอย่างขนม หรือของใช้ต่าง ๆ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องกีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป หากซื้อเกิน 10,000 เยน ยังขอคืนภาษี 5% ได้อีกทันที

ห้าง Takeya มีลักษณะพิเศษคือ การมี 8 ตึก ย่อย ๆ อยู่ในบริเวณเดียวกัน และเนื่องจากเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ทางห้างเค้าก็เลยทำโบรชัวร์ภาษาไทยมาด้วย เข้าทางเราเลย แม้ว่ามีถึง 8 ตึกแถมละตึกยังมีหลายชั้น อาจทำให้คิดว่าจะทำให้เสียเวลามากนะครับ แต่จริง ๆ แล้วพื้นที่แต่ละชั้นเล็กมากครับเดินแป๊บเดี๋ยวก็ครบตึก 55555 ประมาณว่าถ้าเดินเล่น 2 ตึกก็ใช้เวลาประมาณ 25 นาทีได้ครับซึ่งสำหรับผมของที่นี้ก็ไม่ได้ถูกกว่าที่อื่นมากนักหรอกครับ มีแค่ของบางประเภทเท่านั้นที่ราคาต่างจากเมืองไทยมาก ๆ
ตึก Lady ชั้น 2 – 3 แฉนกเครื่องสำอาง  ซื้อประเภทน้ำหอมแบรนด์เนมและเครื่องสำอางของญี่ปุ่นอย่าง  อเนสซ่า , ฮาดะลาโบะ, SK-II, Shiseido ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างช๊อคทีเดียวครับ
รถไฟฟ้าสถานี : สถานี Naka-Okachimachi ทางออก 3
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10.00-20.30 น.

 

——————————————————————————————————————————————————————————

โตเกียว-เที่ยวญี่ปุ่น-Tokyo japan-2

การเดินทาง- Ueno-Asakusa-วัด Sensō-ji Temple

วัด Sensō-ji Temple (Asakusa)

หลาย ๆ คน คงคุ้นเคยกับชื่อ “วัด Asakusa” มากกว่าแต่ชื่อของวัดอย่างเป็นทางการก็คือวัด “Sensō-ji”  พร้อมกับสัญลักษณ์โคมแดงขนาดมหึมาที่ชื่อว่า “คามินาริ” ซึ่งอยู่ที่ประตูคามินาริ ม่อน (Kaminarimon) ที่เป็นสัญลักษณ์ของวัด Sennnoji วัดเก่าแก่ที่สุดของ Tokyo นั่นเอง

.

  >> การเดินทาง

รถไฟสถานี : Asakusa
เปิดทำการ : 06.00-17.00 น.

Sensō-ji Temple (Asakusa)

วัด Asakusa-โตเกียว

Sensoji Temple-

>>ประตู Kaminari Mon

.

หนึ่งในสัญลักษณ์คุ้นตาและเปรียบดังประตูสู่ย่าน Aakusa ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกคู่กับประตูนี้กันมาก แท้จริงแล้วคือประตูทางเข้าหลักหรือประตู Sanmon ของวัด Sensoji มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า
“ประตู Furaijin Mon” - “ฟูไรจินมง” อันมีที่มาจากเทพเจ้าที่คอยเฝ้าคุ้มครองวัด ณ.ประตูแห่งนี้ เพราะหากหันหน้าเข้าหาประตู ด้านขวาจะพบเทพวายุ “ฟูจิน”  ตั้งอยู่ ส่วนด้านซ้ายมือคือ “ไรจิน” เทพอสุนีบาต
ใต้โคมแขวนขนาดยักษ์สูง 4 เมตร หนักกว่า 100 ตัน มีแผ่นไม้สลักรูปมังกร
เมื่อผ่านประตูนี้ไป ก็จะพบกับถนน Nakamise Dori ถนนช๊อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก
Kaminari คารินาริ แปลว่า สายฟ้า    //     Mon  ม่อน แปลว่า ประตู

.

Sensō-ji Temple (Asakusa)-2

.

>>ถนน Nakamise

หนึ่งในย่านร้านค้าเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นบนถนนสายเล็ก ๆ ความยาว 250 เมตร. อันเป็นเส้นทางเข้าวัด Sensoji นับตั้งแต่ประตู Kaminari Mon มาจนถึงประตู Hozo Mon ตลอด 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านขายสินค้า, อาหาร และขนมพื้นเมืองขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างตั้งเรียงรายกว่า 90 ร้าน ให้บรรยากาศของเมืองใต้ปราสาทที่เคยรุ่งเรืองในช่วงสมัย Edo และยังคงความคึกคักด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกซึ่งแวะเวียนมาตลอดทั้งปี

.

Sensō-ji Temple (Asakusa)-3

Sensō-ji Temple (Asakusa)-1

.

.

ร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดประมาณ 08.30-20.00น. โดยมีขนมขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดอย่าง Mamju , Senbei, Ningyoyaki ที่ทำด้วยมือสดใหม่ น่ากินอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีผลงานหัตถกรรมและของที่ระลึกต่าง ๆ ให้เลือกซื้ออีกมากมาย มีตั้งแต่ของ 100 เยน ไปจนหลายแสนเยนก็มีครับ

.

วัด Sennoji (Asakusa) อาหาร

ร้านเด่น

  >> Sanesu ร้านขายรองเท้าหลากหลายแบบ โดยเฉพาะรองเท้าแตะแบบญี่ปุ่นที่ทำจากวัสดุในญี่ปุ่น

.

  >> Arai Bunsendo ร้านขายพัดแบบญี่ปุ่น ที่นักแสดงคาบูกินิยมมาซื้อ

.

  >>Asakusa Kokonoe (อาซากุสะ โคโคโนเอะ) ขนมอาเกะมันจู ระดับซุปตาร์ราชวงศ์ (ถ้าสังเกตจะมีรูปพระฉายของเจ้าชายญี่ปุ่นด้วย) มาที่นี้แล้วไม่ได้ลองประหนึ่งมาไม่ถึง มีไส้ให้เลือกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว ถั่วแดง ฟักทอง มันเทศ ดอกซากุระ เชอรี่

.

  >>Asakusa Kibidango Azuma ( ร้านอาซากุสะ คิบิดังโงะ อะซุมิ) ขนมดังโงะเจ้าดัง เพราะการันตีจากสื่อมามากมาย ขนมดังโงะคือแป้งข้างฟ่างปั้นกลมลูกเล็กพอดีคำ คลุกด้วยผงน้ำตาลผสมถั่วเหลืองให้รสหวาน ในราคา 5 ไม้ 300 เยน

.

  >>Kameya (คาเมะยะ) ข้าวเกรียบเซมเบ้ตั้งเตาปิ้งกันตรงนั้นเลย ใหม่สดจากเตา การันตีความกรอบและมีรสชาติให้เลือกมากมายอย่าง สาหร่าย งาดำ สามารถเลือกได้ตามใจชอบ

.

  >>Asakusa Kagetsudou (อาซากุสะ คาเกะสึโด)  อีกของหวานเย็นฉ่ำที่ไม่ควรพลาดก็คือซอฟต์ครีมกว่า 30 รสชาติ

 .

.

.

>> ประตู Hozo Mon

ประตูใหญ่ที่อยู่ถัดจากประตู Kaminari Mon เป็นเหมือนประตูชั้นที่ 2 ก็คือ ประตู Hozo Mon ตั้งอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ Hondo และเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติมีค่าของวัด Sansoji จึงได้ชื่อว่า Hazo Mon ด้านซ้านและด้านขวาของประตูมีรูปปั้นเทพ Nio คอยปกป้องคุ้มครองอยู่ ด้านหลังจะมีรองเท้าสานขนาดใหญ่ยักษ์ ที่สูงถึง 4.5 เมตรแขวนอยู่ ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรให้ขาแข็งแรง เดินได้เก่ง

.

Sensō-ji-1

Sennoji (Asakusa)-ประตู Hozo Mon copy

.

>> ตัววัด Sensoji

เอาละครับเมื่อเราผ่านประตู Hozo Mon ก็จะเข้าสู่ตัววัด Sensoji ซะทีหลังจากที่เรากินกันจนท้องแถบแตกแล้ว วัด Sensoji สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 1171หรือเมื่อประมาณ 1386 ปีมาแล้ว เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ติดแหของชาวประมง 2 คนคือ Hamanari และ Takenari  ขึ้นมาจากแม่น้ำ Sumidagawa ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับวัด ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ Hondo ซึ่งตลอดเวลา 1300 ปี ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมมามากมายเพื่อให้คงสภาพอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

.

Sensō-ji Temple (Asakusa)-5

.

.

>> ศาลเจ้า Asakusa Jinja

แต่ดั้งเดิม วัดSensoji กับ Asakusa นั้นรวมอยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่เมื่อถึงสมัย Meiji ได้ออกกฏให้แบ่งแยกระหว่างศาสนาพุทธกับชินโตออกจากกัน  จึงมีการกั้นรั้วเพิ่มเติมภายหลัง

.

Sensō-ji Temple (Asakusa)-6

.

.

>> สำหรับใครที่แค่กินขนมเอาไม่อยู่บริเวณรอบ ๆ ถนน Nakamise

มีร้านอาหารเลิศรสรอให้เราไปลองเจ้าดังอยู่หลายร้านเลยครับ สามารถแวะเข้าไปหาอะไรบรรจุในท้องให้เต็มคราบเลยครับ

.

Sensō-ji Temple (Asakusa)-4

ร้านอาหารใกล้ ๆ วัด Senso Ji

ร้านอาหารใกล้ ๆ วัด Senso Ji-1

>>ร้าน Irokawa (อิโรคาวะ)

หาไม่ยากครับเพราะกลิ่นปลาไหลย่างลอยมาเตะจมูกมาแต่ไกล นับเป็นร้านที่เปิดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1861 ขายเฉพาะปลาไหลน้ำจืดเท่านั้น น่าตาก็ดูน่ากินจับใจแถมรสชาติยังดีไม่มีกลิ่นคาวเลยครับ
เปิดเวลา 11.30-13.30น. / 17.00-20.30น.
ราคาต่อคนประมาณ 2,500 เยน

>> ร้าน Sansada (ซังซาดะ)

อีกร้านที่อายุเกิน 100 ปี เพราะร้านนี้เปิดมาแล้ว 150 ปี โอ้!!พูดได้เลยว่าถ้าไม่แน่จริงไม่เปิดมาถึงทุกวันนี้ โดยที่นี้ขายเทมปุระด้วยรสชาติที่ถ่ายทอดมารุ่นสู่รุ่นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ไม่ใช่เพียงรสชาติที่ดี้ท่านั้นแต่น่าตาก็ชวนน้ำลายสอ
เปิดเวลา 11.30-22.00น.
ราคาต่อคนประมาณ 2,000 เยน

>>ร้าน Kagetsu Arashi Ramen (คาเกะสึ อาราชิ ราเมง)

ราเมงที่มีน้ำซุปหอมกลมกล่อม เพราะเคี่ยวจากกระดูกสันหลังหมู พร้อมเส้นราเมงเหนียวนุ่มพร้อมด้วยเนื้อหมูชาบูชิ้นโต และที่มีจะมีการ update เมนูทุกเดือนอีกด้วย
เปิดเวลา 11.00-24.00น.
ราคาต่อคนประมาณ 800 เยน

>> ร้าน Akasaka Ramen

หากใครมีกระเพาะเหล็กที่อาหารจานเล็ก ๆ คงเอาไม่อยู่ ผมแนะนำอีกร้านหนึ่งนะครับเพราะร้านนี้มีเมนูท้าดวล ราเมน ขนาด 5 กก. ในเมนูที่ชื่อว่า “Jumbo Spare Ramen” แม้ราเมนร้านนี้จะไม่ใช่ร้านเก่าแก่แต่มีไม้เด็ดอย่างน้ำซุปทงคตสึผสมกับน้ำซุปชิโอะ ซึ่งต้องให้เวลาปรับปรุงอยู่นานถึง 17 ปี รสชาติเข้มข้นเค็ม ๆ มัน ๆ เข้ากันกับเส้นราเมนอวบเหนียวหนุบ ๆ อีกอย่างที่เด็ดก็คือการเลือกใช้เนื้อส่วนซี่โครงที่ผ่านการหมักและตุ๋นนานหลายชั่วโมง การันตีความอร่อยด้วยดีกรีแชมป์ในรายการทีวีแชมเปี้ยน (เมนู มิโสะโออิเดยะริบุราเมน)

 เมนูท้าดวล!

เมนู : Jumbo Spare Ramen
น้ำหนักรวม : ประมาณ 5 กิโลกรัม
ส่วนประกอบ : เส้นราเมน 2 กิโลกรัม / น้ำซุบ 2 ลิตร/ชาชูซี่โครงหมู 1-1.2 กิโลกรัม (4 ชิ้น)
เงื่อนไขการท้าดวล : ค้องจ่าย 5,000 เยนก่อน หากทำได้จะได้รับเงินรางวัล 10,000 เยน แต่ต้องกินให้หมดไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป  เวลาสำหรับผู้ชาย 20 นาที ผู้หญิง 30 นาที
เปิดวลา 11.00-5.00 น. ไม่มีวันหยุด Tel.03-3586-7831
——————————————————————————————————————————————————————————

.

.

อาคารน่าสนใจรอบ ๆ วัดอาสากุซะ

Asakusa Culture Tourist Information Center-วัดเซนโซจิ-อาสากุซะ

>> Asakusa Culture Tourist Information Center

ศุนย์ ข้อมูลนักท่องเที่ยว อาซากุสะ  (The Asakusa Culture Tourist Information Center) เปิดขึ้นใหม่ในปี 2012 ด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น น่าสนใจและแตกต่างกับตึกอื่นๆอย่างมากในย่านอาซากุสะ ตัวตึกมีขนาด 8 ชั้น โดยมีเคาน์เตอร์ให้ข้อมูลที่รองรับนักท่องเที่ยวในหลายภาษา มีฟรี free wifi  คาเฟ่ และหอสังเกตุการ์ณ (observation deck) ที่จะให้คุณสามารถชมวิวที่สวยงามของย่านอาซากุสะ และยังสามารถมองเห็นวัดเซนโซจิและถนนนากามิเสะได้จากด้านบน

>> Asahi Super Dry Hall (อาคารเบียร์อาซาฮี)

แม้ว่าจะมีแม่น้ำกั้นระหว่างบริเวณ Asakusa แต่ก็มีจุดถ่ายรูปที่เป็นที่นิยมเพื่อจะถ่ายตึกที่ออกแบบโดยนักออกแบบระบือชื่ออย่าง “Philippe Stark” เขาได้ฝากผลงานไว้ที่ญี่ปุ่นหลายชิ้นและอาคารเบียร์อาซาฮีก็เป็นอีกชิ้นที่เตะตาคนที่ผ่านไปผ่านมาหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว เพราะเห็นแว็บแรกโดยไม่รู้ว่ามันคือตึกอะไร แล้วลองให้อธิบายละก็รับรอง 100 คนคงไม่ซ้ำกันครับ โดยมุมถ่ายรูปจากบริเวณฝั่ง Asakusa จะอยู่บริเวณสะพาน Azumabashi ลองไปเล็ง ๆ กันได้

Asahi Super Dry Hall-2

Asahi Super Dry Hall-1

Asahi Super Dry Hall

AsahiBeerHall

>> Philippe Stark

เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวฝรั่งเศสและนับเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ลำดับต้น ๆ ของโลกเลยนะครับแม้เขาจะไม่ได้เป็นสถาปนิก หรือ มัณฑนากร แต่ก็มีผลงานมาประดับวงการให้ได้ตะลึงเสมอๆ โดยเขาออกแบบตั้งแต่เส้น Pasta ยันเรือยอชท์ แต่ผมขอพูดเฉพาะตึก Asahi Super Dry Hall แห่งนี้แล้วกันนะครับไม่งั้นจะยาว ซึ่งตึกที่หน้าตาไม่เข้าพวกแห่งนี้ มีทั้งคนรักและคนเกลียดแน่นอนครับ หรือคุณรู้สึกอย่างไรกับมัน ???
ตึก Asahi Super Dry Hall ถือเป็นอาคารหลังแรกที่ Philippe Stark เป็นคนออกแบบ โดย Concept ของตึกนี้มาจากบทสัมภาษณ์ Philippe Stark เมื่อหลายปี จับใจความได้ว่า

 

“ มีคนมาขอให้เขาออกแบบตึกในโตเกียว หลังจากนั้นเขามีแรงบัลดาลใจที่ว่า – เขาคิดว่าจะทำอะไรดีที่จะทำให้ตัวเขากับคนโตเกียวสามารถสื่อสารด้วยสามารถภาษาเดียวกันได้ เขาจึงนึกถึง “ก๊อดซิล่า” (เขาคงจะพยายามหาตัวอะไรที่คนญี่ปุ่นผูกพันและคนทั่วโลกรู้จักนะครับ) เขาก็เลยคิดว่าคนญี่ปุ่นชอบอะไรประมาณนี้คือคนญี่ปุ่นเป็นประเทศเจ้าอาณาจักรของการ์ตูนเอเชียและการ์ตูนก็มีอิทธิพลสูงในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นอีกด้วย
ดังนั้น Stark จึงตัดสินใจที่จะสร้าง “สัญลักษณ์ที่สื่อถึงสัตว์ประหลาด” ให้กับคนโตเกียว โดยเรียกมันว่า
“NAMI NAMI” ซึ่งเป็นเสียงร้องเวลาคนญี่ปุ่นเจอผี โดยจะออกเสียงว่า “นันนี้ นันนี้” เขาหวังว่าเมื่อคนเห็นตึกของเขาหลังนี้จะต้องร้องว่า “NAMI NAMI” ซึ่งถ้าอ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจเห็นด้วยกับ Stark แล้วก็ได้เมื่อเห็นมัน 555555
โดยหลักการเขาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสวยงาม!! อ้าววววววววววว  แต่เขาต้องการสร้างอะไรที่พิเศษ อะไรที่สร้างอารมณ์ที่รุนแรง หรือทำให้ประหลาดใจ” ดังนั้น Asahi Super Dry Hall สูง 100 เมตร มันใหญ่มากและก็เป็นแค่สัญลักษณ์ สิ่งที่นักออกแบบอย่าง Stark พูดทิ้งไว้สำหรับผลงานของเขาชิ้นนี้ก็คือ
“ไม่ว่าตึกแห่งนี้จะแย่หรือน่าเกลียดหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่แย่ที่สุดก็คือการที่มันเป็นเพียงตึกธรรมดาและไม่มีใครสนใจมันนั่นแหละที่แย่”
ตึกฟองเบียร์-Asahi Super Dry Hall-ญี่ปุ่น-โตเกียว-วัดอาสากุซะ

โดยตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ตึกแห่งนี้อยู่บนปกหนังสือทั้งใน Tokyo และหนังสือทั่วโลก อีกทั้งคนโตเกียวก็ให้ฉายามันว่า “ของงี่เง่าของพระเจ้า” ก็แสดงว่ามันได้รับความสนใจอย่างยิ่งครับ ฮิ ๆ
ส่วนสำหรับคนที่บอกว่าตึกนี้สื่อถึงฟองเบียร์ที่ฟวยฟุ้งล้นจากแก้วเบียร์สีดำ อันนั้นก็น่าจะใช่มั้งครับผมว่ามันก็คล้ายๆ อยู่เหมือนกัน แต่สำหรับ Stark มันก็คือ “สัตว์ประหลาด” ตัวหนึ่งแถว ๆ นี้  เท่านั้นครับ

 

“ไม่ว่าจะชอบมัน เกลียดมัน หรือแม้แต่พยายามไม่สนใจมัน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้คูณรู้สึกบางอย่างกับมันแน่นอน”

Philippe Stark

Philippe Stark

หลายผลงานคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นที่คั้งน้ำมะนาว หน้าตาคล้ายแมงมุม
โคมไฟปืน หรือแม้แต่เก้าอี้หลุยซ์แบบโปร่งแสง

.

——————————————————————————————————————————————————————————

โตเกียว-เที่ยวญี่ปุ่น-Tokyo japan-3


การเดินทาง- Ueno-Asakusa-Oshiage

Tokyo Sky Tree

japan-Skytree

เมื่อ 22 พฤษภาคม 2012 ประเทศญี่ปุ่นก็ได้เปิดตัวเสาอันใหม่สูงกว่าเดิมนาม “Tokyo Sky Tree” มาเป็นอีก 1 แลนด์มาร์กคู่กับ Tokyo Tower แต่ Tokyo Sky Tree นั้นเป็นเมืองย่อม ๆ ที่มีครบสามารถตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายของครอบครัวซึ่งประกอบด้วยแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหาร อุทยานสัตว์น้ำและท้องฟ้าจำลองอีกด้วย แน่นอนว่าจุดไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ก็คือจุดชมวิวเพื่อชมความศิวิไลซ์ของมหานครโตเกียวได้อย่างหน่ำใจ

Tokyo Sky Tree มีความสูงอยู่ที่ 634 เมตร จึงนับว่าเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของโลก และเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงอันดับ 2 รองจากตึก Buri Khalifa ของดูไบ เท่านั้น โดยจุดชมวิวอยู่ 2 ระดับความสูงคือ 350 เมตรและ 450 เมตร
ที่ต้องสร้างก็เพราะปัญหาด้านเทคนิคครับ เพราะเดิมที่เป็นระบบอนาล๊อกมาเป็นใช้เป็นเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลแทน เนื่องจากในปัจจุบันโตเกียวมีตึกสูงระฟ้าเยอะขึ้นมากทำให้เกิดปัญหา (ผมก็แอบแปลกใจไม่ได้ว่าอย่างกรุงเทพของเราไม่เห็นมีซักอันเลยครับ)

japan-Skytree

japan-Skytree

Tokyo Sky Tree-4

Tokyo Sky Tree-5

japan-Skytree

จุดชมวิวมี 2 ระดับความสูงคือ
                      1.จุดชมวิวที่ความสูง 350 เมตร (Tembo Galleria)
                      2.จุดชมวิวที่ความสูง 450 เมตร (Tembo Deck)
สำหรับการซื้อบัตรต้องไปซื้อที่ชั้น 4 ก่อนนะครับ จากนั้นขึ้นลิฟต์โดยสารความเร็วสูงเพื่อไปจุดชมวิว โดยจุดชมวิวที่ความสูง 350 เมตร โดยในระดับความสูงนี้สามารถเดินได้ 3 ชั้น ซึ่งนอกจากชั้นชมวิวแล้วยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกด้วยนะครับ
อุทยานสัตว์น้ำซูมิดะ  ตั้งอยู่บนชั้น 5-6 โซน West – Yard เปิดเวลา 09.00-21.00 น.
ท้องฟ้าจำลองเทนคุ ตั้งอยู่บนชั้น 7 โซน East-Yard เปิดเวลา 09.30-22.00 น.
ร้านอาหารและร้านค้า ตั้งอยู่บนชั้น 6-7 และ ชั้น 30-31 เปิดเวลา 11.00-23.00 น.

.

Tips.

-   ควรมาก่อน 09.00 น. ไม่เช่นนั้นแถวจะยาวมาก ซึ่งอาจทำให้ต้องรอแถวนานหลายชั่วโมง โดยหากมาก่อน 08.00 น. ควรขึ้นไปซื้อตั๋วก่อนเลยนะครับ
-   หากต้องการชมวิวทั้ง 2 ความสูง ควรจะขึ้นไปที่ความสูง 450 เมตร ก่อนแล้วค่อยลงมาชั้น 350 เมตร เพราะถ้าลงมาแล้วไม่สามารถขึ้นไปได้อีกนะครับ
.
 เวลาทำการ : 08.00-22.00น.
 ค่าเข้าชมจุดชมวิวชั้น 1: ผู้ใหญ่ราคา 2,000 เยน
เด็ก 12-17 ปี ราคา 1,500 เยน เด็กอายุ 6-11 ปี 900 เยน เด็กอายุ 4-5 ปี เยน
 ค่าเข้าชมจุดชมวิวชั้น 2: ผู้ใหญ่ราคาเพิ่ม 1,000 เยน
เด็ก 12-17 ปี เพิ่ม 800 เยน เด็กอายุ 6-11 ปีเพิ่ม 500 เยน เด็กอายุ 4-5 ปีเพิ่ม 300 เยน
 สถานีรถไฟ : Oshiage
japan-Skytree

.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.
.

>> มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายในญี่ปุ่นสามารถจองตั๋วกิจกรรมต่าง ๆ ในญี่ปุ่นได้ที่ www.govoyagin.com

Save on your hotel - www.hotelscombined.com

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

อ่านเพิ่มเติมได้ในตอนอื่น ๆ ได้ตามนี้นะครับ

EP1 : เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางไปโตเกียว
EP2 : 15 เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม
EP3 : เลือกที่พักในโตเกียวให้เหมาะกับงบประมาณ
EP4 : การเดินทางจากสนามบิน – ตัวเมืองโตเกียว
EP5 : ระบบขนส่งมวลชนในโตเกียว

.

>> สถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใน 20 สถานี

EP6 : สถานี Ueno / Asakusa / Oshiage
EP7 : สถานี Ryogoku / Akihabara / Tokyo / KudanShita
EP8 : สถานี Tsukiji / Ginza
EP9 : สถานี Kamiyacho / Roppongi
EP10 : สถานี Maihama (Tokyo Disneyland)
EP11 : Tokyo Teleport (Odaiba)
EP12 : สถานี Shibuya / Harajuku / Omotesando
EP13 : สถานี Shinjuku / Tama-Center (Sanrio Puroland)
EP14 : สถานี Mitaka มุ่งสู่ Ghibli Museum / Koenji
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..