วิธีการสมัครสมาชิก

1. การสมัคร

 

1.เมื่อเปิด web ให้หาคำว่า Register  แล้วกด Enter

 

tip-1

 

2.หน้า Register เพื่อให้สมัคร ให้ใส่ 2 อย่างคือ

2.1. User name ชื่อที่จะใช้ใน web

2.2. Email

เมื่อใส่แล้วกด  Register

 

tip-2

3. ไปเปิด email ของคุณเพื่อรับ Password เพื่อมา log in แต่ Email ที่ Travelzi ส่งไปส่วนใหญ่จะไปอยู่ใน Junk mail ดังนั้นหากใน box mail ของคุณไม่มี email ก็ให้ดูใน  Junk mail เสียก่อน

 

tip-3

 

4. เมื่อเปิดแล้ว จะเห็น Password ที่ส่งมาให้ copy password ดังกล่าวเพื่อเอาไป log in

 

tip-4

 

5.เข้ามา หน้า log in โดยเอา password ที่ copy มาใส่ และใส่ชื่อของเราที่เราตั้งไว้ แล้วกด log in ได้เลยจ้า

 

tip-5

 

6. การสมัครก็เสร็จแล้ว  ต่อจากนั้น web จะเปิดหน้าที่เรียกว่า  Dashboard ซึ่งก็คือ ส่วนที่เราเอาไว้จัดการเกี่ยวกับ การ Post หรือ การตั้งค่าต่าง ๆ ของเราเอง เมื่อเข้ามาในหน้านี้แล้วให้หาคำว่า Profile เพื่อที่เราจะเข้าไปตั้งค่าส่วนตัวของเรา เช่นการตั้ง Password ใหม่ เพราะเราอาจจะจำ Password ที่ระบบตั้งมาให้ไม่ได้นั่นเอง (ใครจะไปจำได้)

 

tip-6

7.ก็จะมีการแสดงข้อมูลต่าง ๆ ของเรา เราสามารถแก้ไขได้เอง

 

tip-7

8. เลื่อนลงมาเรื่อย ๆ ก็จะมีส่วนที่ให้ใส่ password ใหม่ และสามารถใส่รูป profile ได้ ซึ่งรูป profile อาจจะไม่แสดงทันทีเพราะระบบจะแสดงให้ที่หลัง ประมาณ 1 วัน รอนิดหนึ่ง

 

tip-8

ถ้าเรามี Social Profile ก็สามารถใส่ได้ โดยเอาเฉพาะชื่อเท่านั้น

เช่น FB : URL ก็คือ https://www.facebook.com/aopxxxxxxxx  ก็เอาเฉพาะชื่อของเรา เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วก็กด ปุ่ม Update Profile ด้านล่างสุด การแก้ไข Profile ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

 

tip-9

————————————————————————————————————————————————————-

2. การ Post 

 

หลังจากแก้ password และตั้ง profile เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงวิธีการ เอา บทความ, รูป ,vdo เข้าไป post นั่นเอง  การ Post แบ่งออกเป็น 6 ประเภท โดยสามารถ เข้าไป Post ได้จากแถบด้างข้างช้าย หรือ แถบสีดำข้างบนก็ได้ (เหมือนกัน) แล้วแต่ถนัด

ประเภท ของการ post

1. Place Article : การ Post เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ อย่างการ Review การเดินทางตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของเรา 

2. Stay Article :  การ เขียนเกี่ยวกับ โรงแรม ที่พักต่าง ๆ

3. Food Article :  เขียนเกี่ยวกับ ร้านอาหาร หรือ อาหาร เครื่องดื่ม ก็ได้

4. Shopping Article : เขียนเกี่ยวกับ แหล่ง shopping ต่าง ๆ

5. Event Article : เขียนเกี่ยวกับ งานประเพณี, เทศกาล, Even , คอนเสิร์ต, Exhibition ต่าง ๆ

6. Post : เป็น post ที่นอกเหนือจาก Post 5 ประเภทข้างต้น

 

tip-11

 

  • คลิกที่ เมนู Place Article จะเข้าสู่หน้าสำหรับการเขียนของเราตามรูป

tip-12

2.1 Screen Option

คือ การเพิ่ม ปุ่ม option ในการ post ต่าง ๆ โดยค่าพื้นฐานนั้น มันจะ Tig มาให้เราหมดเลย บางอันเราอาจไม่ค่อยได้ใช้ ก็สามารถเอาออกได้ ที่ใช้ประจำจะใช้อยู่ประมาณนี้ ที่เหลือเอาออกไปก่อน

 

tip-13

2.2 ก็มาถึงการเอาเรื่องที่เราเขียนลงแล้ว ฮิ ๆ แต่ก่อนอื่นกดปุ่ม 2.2 เพื่อ ให้มี menu สำหรับแต่งบทความที่ซ่อนออกมาซะก่อน

 

A. ตั้งชื่อเรื่อง เอาให้น่าสนใจ เร้าใจ และเข้าใจง่าย อันนี้แล้วแต่ลีลาเฉพาะตัว

B.ถ้าใครจะพิมพ์สดก็พิมพ์ได้เลยใน box หรือจะ copy มาจาก word มาก็ได้

C.ปุ่มสำหรับ แต่งตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นขนาดตัวหนังสือ, เปลี่ยนสี คิดว่าคงคุ้นหน้าคุ้นตากันพอสมควร

D.สามารถขยาย box บทความด้วยการเอา mouse ไปจิ้มมันแล้วเลื่อนขึ้น-ลง เพื่อขยาย-ลด ขนาดของ box ข้อความ

 

 

tip-15

2.3 การเอารูปเข้ามา

- เอา mouse ไปจิ้มตรงที่เราจะวางรูป จากนั้น กดปุ่ม 2.3(รูปด้านบน) แล้วจะปรากฏหน้าต่างดังนี้ จิ้มที่ปุ่ม หรือใช้วิธีการลากมาวางก็ได้

 

tip-16

- แล้วเลือกรูปที่เราจะเอาเข้ามา จะมีรูปของคนอื่นที่รวมอยู่ใน Media Library ด้วยก็ไม่ต้องตกใจนะ

 

A. ตั้งชื่อรูป หากเรายังไม่ได้ตั้งชื่อ การตั้งชื่อมีความสำคัญมาก เพราะทำให้รูปของเราถูกเจอได้      ด้วยการ Search ใน google ซึ่งจะทำให้เรื่องที่เราเขียนมีคนพบเห็นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

B. เลื่อกขนาดการแสดงรูป อยากให้แสดงรูปใหญ่รูปเล็ก

C.กดเพื่อแนบรูปของเรา

หลังจากนั้นรูปก็จะไปปรากฏตามตำแหน่งที่เรา คลิก Mouse ไว้ การเอารูปเข้ามาก็มีแค่นี้

 

 

tip-16a

2.4 หลังจากที่เราเขียนและใส่รูปในบทความของเราแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปอีกนิดหน่อยคือการ ใส่ค่าอะไรต่าง ๆ เพื่อให้เรื่องที่เราเขียนถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่ถูกต้อง

 

A.Layout Option คือการตั้งค่าการแสดงบทความของเราให้เป็นการวางคอลั่ม ซึ่งมีให้ลือก 3 แบบ และ การแสดงภาพปก มีให้เลือก 4 แบบ ลองเลือก ๆ กันดู

 

B. คือ การแสดงภาพปกในกรณีที่ภาพปกของเราเป็น VDO แต่ถ้าภาพปกของเราเป็นรูปภาพก็ไม่ต้องใส่ค่าอะไรเพราะเดี๋ยวเราจะไปใส่ภาพปกกันที่ option อีกตัว

 

tip-16B

 2.5 การให้ คะแนนในด้านต่าง ๆ และ ความคิดเห็นของเราทั้งที่ดี และไม่ดี ใส่ตรงนี้เลย โดยเลือกเป็น REVIEW โดยที่คนอื่นสามารถที่จะมาให้คะแนน Review ในส่วนของ Comment ได้ด้วย แต่ถ้าเราไม่ต้องการให้มีการแสดงคะแนนก็สามารถเลือกเป็น Article เรื่องที่เราเขียนก็จะแสดงเป็นบทความทั่วไป

 

 

tip-16C

 

2.6 ปุ่ม Save และ สถานะของบความ

เรื่องหรือบทความที่เราเขียนไว้นั้นสามารถที่จะแก้ไขปรับปรุงได้เรื่อย ๆ โดยหากเป็นเรื่องที่เราเขียนค้างไว้และยังไม่ต้องการเผยแพร่ก็ให้เป็น Draft แต่ถ้าเราต้องการเผยแพร่ ก็กด Publish( ปุ่มนี้ ควรกดทุกครั้งที่มีการแก้ไขเพราะมันคือปุ่ม Save นั่นเอง ไม่งั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะไม่ถูกบันทึกไว้ ฉนั้นควรมหมั่น Save ไว้บางนะคะ)

 

2.7 Categories

ให้เลือกว่าเรื่องที่เราเขียนอยู่ใน ทวีปไหนเลือกอันหนึ่ง แต่อาจต้องยกเว้นตุรกีอาจเลือกได้ 2 อันเลย

 

2.8 Tags

ให้ใส่คำสำคัญที่คิดว่า คนทั่วไปเขาใช้คำอะไรในการค้นหา

 

tip-17

 

 2.9 เลือกหมวดหมู่ เช่น   สามารถเลือกได้หลายอัน

 

tip-18

2.10 Icon แสดง สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เลือกตามใจชอบเลย

 

tip-19

2.11 สุดท้ายแต่สำคัญมากกกกกกกกก นะ นี่คือการใส่ภาพปกบทความ จะคล้าย ๆกับการเอารูปมาใส่ในบความ

 

 

tip-17C

  • รูปปกจะไปแสดงในหน้ารวมบทความ

 

 

tip-17A

 

- เมื่อเอารูปปกใส่เสร็จแล้ว เราควรกดปุ่ม Publish อีกครั้งเพื่อ Save และหลังจากที่เราได้ใส่ทุกสิ่งอย่างเสร็จหมดแล้ว ถึงเวลาดูบทความของเราซะที ว่าจะออกมายังไง

- มองที่แถบด้านบนสีดำ ที่เขียนว่า View Page แต่ถ้าเราต้องการกลับไปหน้า Home ของ web ให้เรากดไปที่ช่องด้านซ้ายสุด ตามรูป

- และเมื่อเราต้องการแก้ไขบทความก็ให้เข้าไปที่บทความ แล้วดูที่แบบสีดำข้างบน จะขึ้นคำว่า Edit Page

 

 

tip-20

 

 

  การกลับไป- กลับระหว่างด้านหน้า web กับ ด้านหลังที่ใช้ Post คือให้เอา Mouse ไปจิ้มตรงแถบสีดำด้านบนซ้าย โดยมันจะสลับกันระหว่างคำว่า Visit Site กับ คำว่า Dashboard แล้วคลิกเมื่อต้องการสลับไป-มา